Showing posts with label บ้านและสวน. Show all posts
Showing posts with label บ้านและสวน. Show all posts

ไอเดียร์แต่งบ้านและสวน ด้วยถัง 200 ลิตร

ถัง 200 ลิตรใครว่าใช่เพียงใส่น้ำมันอย่างเดียว แต่มันสามารถเพิ่มมูลค่าด้วยการทำให้เกิดสิ่งที่ใหม่ทดแทนสิ่งเก่าใส่ไอเดียร์แต่งบ้านเข้าไป จึงทำให้ ถัง 200 ลิตรมีค่ามีราคามากขึ้น และมันทำให้รู้สึกถึงการแต่งบ้านและสวน หรือจะนำไปแต่งร้านค้าต่างๆ ได้ ด้วยการสร้างสรรค์จากฝีมือของมนุษย์ผู้ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะคิดสิ่งที่ทดแทนจากของที่ไม่มีค่า ให้กลายเป็นของที่สูงค่า

Aerk Guide ขอนำเสนอ ไอเดียร์แต่งบ้านและสวน ด้วยถัง 200 ลิตร แล้วมุมมองการแต่งบ้านและสวนจะนำไปสู่สิ่งสร้างสรรค์จินตนาการไร้ขีดจำกัด จากที่ว่าไม่น่าจะทำได้ แต่กลับทำให้การแต่งบ้านและสวนด้วย ถัง 200 ลิตร นั้นกลายเป็นจุดกำเนิด จุกประกายของใครหลายคนที่อยากจะทำ

ลิ้นชัก 200 ลิตร
ลิ้นชัก 200 ลิตร 

Advertisment


โต๊ะ 200 ลิตร
โต๊ะ 200 ลิตร

ตู้เก็บเครื่องมือ ถัง 200 ลิตร
ตู้เก็บเครื่องมือ ถัง 200 ลิตร

อ่างล้างมือ ถัง 200 ลิตร
อ่างล้างมือ ถัง 200 ลิตร

โถฉี่ถัง 200 ลิตร
โถฉี่ถัง 200 ลิตร

ชุดเก้าอี้นั่งถัง 200 ลิตร
ชุดเก้าอี้นั่งถัง 200 ลิตร

เก้าอี้ยาวช่องเก็บของถัง 200 ลิตร
เก้าอี้ยาวช่องเก็บของถัง 200 ลิตร

ตู้เก็บถ้วย ชาม แก้วจากถัง 200 ลิตร
ตู้เก็บถ้วย ชาม แก้วจากถัง 200 ลิตร

เตาปิ้งย่าง จากถัง 200 ลิตร
เตาปิ้งย่าง จากถัง 200 ลิตร


ตู้เปิด ปิด หนังสือจากถัง 200 ลิตร
ตู้เปิด ปิด หนังสือจากถัง 200 ลิตร

ตู้เก็บชุดทำความสะอาดรถ จากถัง 200 ลิตร
ตู้เก็บชุดทำความสะอาดรถ จากถัง 200 ลิตร

ปลูดต้นไม้ประดับด้วยถัง 200 ลิตร
ปลูดต้นไม้ประดับด้วยถัง 200 ลิตร

ชุดเค้าท์เตอร์ด้วยถัง 200 ลิตร
ชุดเค้าท์เตอร์ด้วยถัง 200 ลิตร

ตู้พร้อมลิ้นชักด้วยถัง 200 ลิตร
ตู้พร้อมลิ้นชักด้วยถัง 200 ลิตร
ไอเดียร์แต่งบ้านและสวน ด้วยถัง 200 ลิตร เป็นแนวทางและแนวคิดที่จะจัดการบ้านและสวนหรือร้านค้าต่างๆ นำไปสู่รูปแบบที่เป็นแบบเฉพาะ

Advertisment


0



10 แบบชั้นวางไม้กระถาง ติดผนังบ้าน แต่งในห้องสวยๆ


แต่งห้อง แต่งบ้าน ผนังห้อง ผนังในบ้าน ที่โล่งๆ จะหาอะไรมาแต่งดีนะ ถ้ามี ชั้นวางไม้กระถาง ติดผนังบ้านไม้กระถางซัก 4 - 5 กระถางมาประดับก็น่าจะเพิ่มความสุขเล็กๆ น้อยๆ ช่วงวันพักผ่อนก็ได้นะ คนชอบแต่งบ้านคิดร้อยแป็ดพันเก้า ตัดสินใจไม่ถูก Aerk Guide แนะนำ 10 แบบชั้นวางไม้กระถาง ติดผนัง แต่งในห้องสวยๆ ที่ดูแล้วไม่รก ดูดีมีสไตน์คนชอบแต่งบ้าน โดย Concept ก็คือหาวัสดุที่มีไกล้ตัวมาทำเองบ้าง ซื้อบ้างนิดหน่อย แต่เมื่อแต่งออกมาแล้วชอบเลย เช่น ไม่ฝาเก่า ไม้กระดานเก่าๆ ขวดแบบต่างๆ หรือจะเป็น กระถางอลูมินัม เหล็กเส้นเก่าซื้อตามร้านของเก่า แล้วนำมาขึ้นโครเพื่อยึดติดกับผนังบ้าน หรือจะเป็นไม้พาเลทที่เหลือใช้ที่เพื่อนนำมาทิ้ง ก็ได้นะ

Advertisment



ไอเดีย แบบชั้นวางไม้กระถาง แต่งผนังบ้านเริ่มมา ดูรูปด้านล่างพอที่จะเป็นแนงทางสำหรับคนรักการแต่งบ้าน ที่ดูดี เรียบง่าย ใช้เงินน้อย แต่ผลที่ออกมามันสูงค่า จนต้องอุทานออกมาว่า ฉันทำได้ยังไง ว่าแล้วก็ไปดูกันละกัน นะ

1.  แบบแขวน แบบนี้ก็จะใช้ไม้กระดาน และก็จะมีตะขอเกี่ยวเอาไว้ แล้วก็หาขวดที่มีฝาปิด ทำการเจาะรูให้สามารถปลูกไม้ประดับได้ ดูดีสะอาดตา แขวนซัก 3 - 4 ก็น่าจะพอ

แบบชั้นวางไม้กระถาง แบบแขวน
แบบชั้นวางไม้กระถาง แบบแขวน
2. แบบไม้กระดานเก่า แนวตั้ง หาไม้เหลือใช้แผ่นยังไงก็ได้ 4 แผ่น แล้วหามุมที่เหมาะ แล้วยึดติดผนังแนวตั้ง กะระยะให้พองาม แล้วใช้ลวดทำเป็นวงกลมพอที่จะสวมกระถางไม้ประดับฝาผนัง จัดวางได้ตามที่เราชอบ หรือ อาจจะเป็นกระถางระบายสีก็ได้ สุดๆ ใครผ่านมาเห็นก็จะ เออ เป็นไปได้ แนวคิดนี้ สวย ลงตัว

แบบไม้กระดานเก่า แนวตั้ง
แบบไม้กระดานเก่า แนวตั้ง
3. แบบโครงเหล็กยึดผนัง แบบนี้ต้องใช้ฝีมือ และลงแรงซักหน่อย เพราะต้องหาเหล็กแล้วมาตัด แล้วนำมาประกอบเชื่อม แบบนี้ กระถางไม้ประดับ ก็จะวางบนพื้นของชั้น แต่ถ้า ทำได้ คุณก็จะเป็นช่างเชื่อมขึ้นมาทันที สามารถต่อยอดได้หลายอย่าง เหล็กเหลือใช้ ที่ถูกทิ้งมีเยอะ ผู้มีไอเดียบรรเจิดสามารถทำได้หลายแบบ
แบบโครงเหล็กยึดผนัง
แบบโครงเหล็กยึดผนัง
4. ไม่พาเลทยึดผนัง แบบนี้จะต่างกับแบบที่ 3 คือใช้ไม้พาเลทที่มีแบบรูปทรงที่ไม่ต้องดัดแปลอะไรมาก มาแบบใหนก็ใช้แบบนั้น แล้วนำไม้ประดับมาจัดวางให้ได้ ตามที่ใจชอบ เพิ่มเติม คือทาสี หรือทาเล็คเกอร์ให้ไม้ขึ้นเงา ก่อนทาก็ใช้กระดาษทรายขัดพวกเสี้ยนไม้ออก เห็นยังว่า ง่าย จากนี้ก็เลือกว่าจะจัดวางไม้ปกระถางประดับงังไงให้ถูกใจ

ไม่พาเลทยึดผนัง
ไม่พาเลทยึดผนัง
5. ไม้กระดานเหล็กฉาก แบบนี้ก็ต้องบอกว่า ไปหาซื้อไ้ที่สำเร็จรูปแล้ว นำายึดติดกับผนัง แล้วจัดวางตามที่ชอบ จัดให้ลงตัว จะกี่ชั้นก็แล้วแต่ ราคาก็ไม่น่าจะแพง เท่าที่ดู ราคาึ้นอยู่กับนาดองแผ่นไม้
ไม้กระดานเหล็กฉาก
ไม้กระดานเหล็กฉาก
6. แบบเหล็กเส้นยึดผนัง บ้านอยู่ไกล้ร้านขายของเก่า ก็น่าจะหาซื้อได้ง่าย แต่ถ้าซื้อร้านก่อสร้างไม่แนะนำ เพราะซื้อมาใช้ไม่เยอะ แต่ถ้าทำหลายอันก็ได้
แบบเหล็กเส้นยึดผนัง
แบบเหล็กเส้นยึดผนัง
7. แบบกรอบไม้ 4 เหลี่ยม แบบนี้ก็ต้องใช้ฝีมือในการเข้าไม้ เข้าเหลี่ยมไม้ให้ได้ฉาก แล้วก็หาตะแกรงลวด แล้วยึดติดผนัง แล้วนำไม้ประดับมาแขวน ค่อนข้างใช้เวลา แต่ที่ใครชอบก็สามารถทำได้ ดูดี สวย เข้ม ขลัง
แบบกรอบไม้ 4 เหลี่ยม
แบบกรอบไม้ 4 เหลี่ยม
8. แบบไม้ระแนงแนวตั้ง แบบนี้ตีไม้เป็นระแรงแนวตั้ง แล้วตีกระถางเป็นคอกหมู เชื่อว่าใครก็ทำได้
แบบไม้ระแนงแนวตั้ง
แบบไม้ระแนงแนวตั้ง
9. พาเลทไม้ผนัง แบบนี้ก็ใช้ไม้ยึดติดผนัง สีไม้ขับกับสีของกระถางสีดำ จัดวางให้ได้ตามรูป ดูดีมากๆ หรูหรา
พาเลทไม้ผนัง
พาเลทไม้ผนัง
10. ซี่ไม้รั้วยึดผนัง แบบนี้จะตีไม้ลักษณะม้รั้ว สามารถที่จะแขวน หรือ วางไม้กระถางได้ วางไม้ประดับสลับไป มา ตามขั้นบันได วางคู่หรือเดี่ยวก็ได้
ซี่ไม้รั้วยึดผนัง
ซี่ไม้รั้วยึดผนัง
10 แบบชั้นวางไม้กระถาง ติดผนังบ้าน แต่งในห้องสวยๆ ที่กล่าวมา เป็นแนวทางให้คนชอบแต่งบ้าน แต่งห้อง หรือผู้สนใจ ได้นำแนวทางเล็กๆ น้อยๆ ไปทำ หรือไปต่อยอดกับห้อง หรือบ้านน่าอยู่ สิ่งที่ได้กลับมาคือความภูมิใจที่ได้ทำ ได้ มุมที่ดูโดดเด่น แต่เรียบง่ายภายในบ้าน หรือนอกบ้าน ไม่จำกัดว่าจะแต่งแต่ในบ้าน อาจจะแต่งในสวนก็ได้ ไม่แน่อาจเป็นมุมโปรดองใครหลายๆ คนในบ้านก็ได้ ที่แย่งกันไปนั่งพักผ่อน ไม่แน่อาจจะร้างเพิ่มอีกมุมในบ้านก็ได้

ขอบคุณที่อ่าน ช่วยแชร์ด้วยนะ ถ้าเห็นว่าดีเป็นประโยชน์
Advertisment



เรื่อง https://cointwashingmachine.blogspot.com/
รูปจาก Pinterest
0

เห็นว่าเป็นประโยชน์ วิธีกำจัดแมลงสาบ แบบประหยัด





Advertisment



บ้านใหนอยากกำจัดแมลงสาบ ต้องอ่านซักหน่อย น่าจะเป็นประโยชน์ ผู้เขียนไม่ชอบกลิ่นของแมลงสาบ มันติดมือถ้าได้สัมผัส เสื้อผ้าก็เหม็นใส่ไม่ได้เลย ไปดูวิธีกำจัดแมลงสาบแบบประหยัดกัน โดยไม่ใช่ยาฆ่าแมลง

วิธีการกำจัดแมงสาบแบบบ้าน ๆ (เน้นประหยัดและง่าย)


ส่วนประกอบ

1. ขวด เฮลบลูบอยที่หมดแล้ว 1 - 2 ขวด
2. น้ำมันหมู

วิธีทำ
1. เทน้ำมันหมูลงในขวด เฮลบลูบอย แล้วก็เคล้ากะให้น้ำมันหมูเกาะทั่วขวด

2. เอาน้ำมันหมูป้ายขอบในคอขวด กะให้กำลังลื่นพองาม

3. เอาไปตั้งไว้กลางห้องครัว หรือ แหล่งชุมนุม แมงสาบ (เฉพาะจุดที่พบบ่อยๆ)

4. ทิ้งเอาไว้ ประมาณ 8 ชม. แนะนำ >>ตั้ง<< ไว้ก่อนนอน

5. ตื่นมาตอนเช้าอย่าตกใจ แมงสาบจะยัวะเยียะ ไปทั้งขวด แต่ออกมาไม่ได้ เด็กและสตรีที่กลัวแมงสาบ ไม่ควรทำ เพราะอาจจะตกใจตายได้

6. เอาฝาเฮลบลูบอยปิดไว้ แล้วฝากให้รถขยะพาแมงสาบไปเที่ยว



วิธีกำจัดแมลงสาบ แบบอื่นๆ


วิธีกำจัดแมลงสาบ

          # แมลงสาบมักชอบอยู่ในมุมอับ ผลิตลูกหลานออกมาอย่างมากมาย วิธีกำจัดง่าย ๆ ก็คือ เอาน้ำตาลเคี่ยวกับน้ำให้มีกลิ่นหอมแล้วนำไปใส่ในกะละมังหรือภาชนะที่มีความลื่น เพราะเมื่อแมลงสาบได้กลิ่น มันจะลงไปกินแต่ไม่สามารถไต่ขึ้นมาได้ วิธีนี้ก็จะช่วยลดพลเมืองแมลงสาบได้มาก และถ้ากันมดและแมลงสาบเข้าไปในตู้เสื้อผ้า หรือ ตู้หนังสือ โดยใช้ก้านพลูและพริกไทยเม็ดบรรจุใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ แล้วนำไปไว้ตามซอกของตู้เสื้อผ้า หรือ ตู้หนังสือ

          # นำขวดแก้วที่มีปากค่อนข้างกว้างใส่น้ำแกงจืดหรือน้ำต้มยำที่เหลือจากการรับประทานอาหาร (ใส่ประมาณครึ่งขวด) แล้วนำไปวางไว้บริเวณซอกหรือมุมห้องภายในบ้าน โดยวางให้ชิดติดกับผนังเพื่อล่อให้แมลงสาบที่ไต่ตามฝาผนังลงมากินน้ำแกงในขวด ทำให้ไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาได้

          # ใช้เหยื่อล่อแมลงสาบสำเร็จรูป ซึ่งบรรจุอยู่ในตลับที่มีช่องว่างเพื่อให้แมลงสาบมุดหัวเข้าไปกินเหยื่อแล้วออกมาตายภายนอก (ไม่ตายค้างอยู่ด้านในตลับ) โดยนำไปวางไว้ในบริเวณที่มีแมลงสาบชอบเดินผ่าน อาทิ ตามซอกมุมอับต่างๆ หรือวางไว้ใกล้ท่อระบายน้ำทิ้ง เพื่อดักแมลงสาบที่ออกมาหากินยามค่ำคืน

          # ใช้บ้านแมลงสาบ ซึ่งเป็นกาวดักแมลงสาบที่ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง มีประสิทธิภาพในการดักจับแมลงสาบได้ดี ใช้ง่ายเพียงแค่แกะกล่องกระดาษแล้วนำแผ่นเหยื่อไปวางไว้ตรงกลางแผ่นกาวและพับเป็นรูปบ้าน นำไปวางไว้ตามห้องหรือซอกมุมที่มีแมลงสาบรบกวน เมื่อมีแมลงสาบมาติดจนเต็ม ให้พับบ้านแมลงสาบเข้าทุกด้าน แล้วนำไปทิ้งลงถังขยะ บ้านแมลงสาบมีอายุการใช้งานนานประมาณ 3-4 สัปดาห์

          # เอาปูนซีเมนต์ มาผสมกับอะไรหอมๆ น่ากิน เช่น นมผง โอวัลติน หรือถั่วบด ใส่ถาดวางใว้ในที่ที่แมลงสาบชอบเดินผ่าน แล้วก็เอาขันใส่น้ำวางไว้ข้างๆ เมื่อแมลงสาบได้ลิ้มรส อาหารผสมปูนซีเมนต์ และจิบน้ำเข้าไป ปูนซีเมนต์เมื่อผสมกับน้ำก็จะแข็งตัวในท้องของมัน




Advertisment



ที่มา: http://guru.sanook.com/5743/
0

การเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ น้ำดื่ม เบื้องต้น


เบื้องต้น เครื่องกรองน้ำดื่ม ที่ดื่มทุกวัน จะมีผลต่อการทำงานในไตของเรา เคยได้ยินคำว่า นิ่วในไต หรือเปล่า ก็เพราะว่าเราดื่มน้ำที่มีตะกอนเข้าไป มันสะสมทุกวันเป็นเวลานานหลายปี ต้องผ่าออก ทางที่ดีก็กันไว้ก่อน โดยเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำดื่มให้เหมาะสมกับสภาพของน้ำที่ใช้กรอง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและประหยัดเงินทอง

การเลือกใช้เครื่องกรองน้ำ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดและปลอดภัย และวิธีการกรองก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันทั่วไป ดังนั้นเราควรมีความรู้พื้นฐานในเรื่องประเภทของเครื่องกรองน้ำในครัวเรือนไว้บ้างก็จะดี ซึ่งจะช่วยทำให้เราสามารถตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำได้ตรงตามความต้องการสำหรับการใช้งาน

          ก่อนอื่นคุณต้องทำความรู้จักกับสิ่งปนเปื้อนในน้ำกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง ที่เครื่องกรองน้ำนั้นสามารถกรองได้ และอะไรที่กรองไม่ได้ ซึ่งในน้ำนั้นมีสารปนเปื้อนที่เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เราเจ็บป่วยได้ หากเราดื่มน้ำที่มีสารปนเปื้อนถึง Micron = 0.001 มิลลิเมตร

สารกรองและไส้กรองชนิดต่างๆ ในเครื่องกรองน้ำ

          สารกรองแมงกานีส กำจัดสารโลหะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารละลายเหล็ก และยังเติมออกซิเจนให้กับน้ำ
          สารกรองแอนทราไซต์ กำจัดตะกอนและสนิมเหล็ก
          ไส้กรอง
               - สารกรองคาร์บอน ใช้กรองตะกอน กลิ่น สี คลอรีน และสารอินทรีย์
               - สารกรองเรซิ่น กรองหินปูน ลดความกระด้างในน้ำและดูบซับสี
               - ไส้กรองเซรามิค กรองเชื้อโรคในน้ำได้เป็นอย่างดี เช่นเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรียบางชนิด มีความละเอียดในการกรอง 30 ไมครอน
               - ไส้กรองด้ายพัน กรองสารอินทรีย์ต่างๆ กรวด หิน ดิน ทราย มีความละเอียดในการกรอง 5 ไมครอน
               - ไส้กรองจีบ กรองกรวด หิน ดิน ทราย และสนิม ทำความสะอาดง่าย มีความละเอียดในการกรอง 30 ไมครอน
               - ไส้กรองเมมเบรน กรองสารละลายสารปนเปื้อน เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และยังสามารถกรองน้ำเค็มให้จืดสนิท มีความละเอียดในการกรอง 0.0001 ไมครอน

เครื่องกรองน้ำคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อสุขภาพที่ดี

อายุการใช้งานของไส้กรองและสารกรอง


          หลังจากที่ได้ใช้เครื่องกรองน้ำไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เด็ดขาดคือ เรื่องระยะเวลาการเปลี่ยนสารกรองและไส้กรอง เพราะสารกรองและไส้กรองก็มีอายุการใช้งานเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำที่ผ่านเครื่องกรองด้วย ทางที่ดีเราควรเปลี่ยนสารกรองและไส้กรองให้ตรงตามกำหนดเวลา




Advertisment



          ลำดับชนิดของไส้กรอง ระยะเวลาที่ควรเปลี่ยน
               1. ไส้กรอง 2 in 1 3 - 6 เดือน
               2. ไส้กรองจีบ 3 - 6 เดือน
               3. ไส้กรองด้ายพัน P5 3 - 6 เดือน
               4. ไส้กรองด้ายพัน 3 - 6 เดือน
               5. ไส้กรองคาร์บอน 1 ปี
               6. ไส้กรองเรซิ่น 1 ปี
               7. ไส้กรองเซรามิคส์ 1 - 1 ปีครึ่ง
               8. ไส้กรองเมมเบรน 1 - 1 ปีครึ่ง
               9. สารกรองคาร์บอน 1 ปี
               10. สารกรองแอนทราไซด์ 1 ปี
               11. สารกรองแมงกานิส 1 ปี
               12. สารกรองเรซิ่น 1 ปี
               13. โพสคาร์บอน 2 ปี

ชนิดของเครื่องกรองกับการเลือกใช้งาน


เครื่องกรองเล็ก

          เหมาะสำหรับการกรองน้ำไว้สำหรับดื่มและใช้ในครอบครัวค่ะ ซึ่งเครื่องกรองเล็กนั้น มีขั้นตอนการกรอง 3 ขั้นตอน โดยหลักๆ ก็จะมีการกรองผ่าน คาร์บอน เรซิ่น และเซรามิคส์ ซึ่งถ้าคุณต้องการเพิ่มขั้นตอนการกรองระบบ UV เพื่อให้น้ำที่กรองมาแล้วปราศจากเชื้อโรคก็ได้นะคะ

เครื่องกรองใหญ่ 

          เครื่องกรองใหญ่ส่วนมากแล้วผู้คนส่วนใหญ่นิยมใช้กรองน้ำใช้กันมากว่าค่ะ เนื่องจากบางบ้านที่อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ หรืออาจเป็นร้านค้า ศูนย์อาหาร ภัตตาคารต่างๆ ที่ต้องการใช้น้ำสะอาดเป็นจำนวนมาก เหมาะสำหรับใช้กับน้ำประปาและน้ำบาดาล โดยเลือกใช้เครื่องกรองใหญ่จะคุ้มที่สุดค่ะ ซึ่งขั้นตอนการกรองของเครื่องกรองใหญ่ก็เหมือนกับเครื่องกรองเล็กค่ะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ว่าคุณต้องการกรองน้ำกี่ขั้นตอนดี

เครื่องกรอง RO 

          การทำงานของระบบ Reverse Osmosis เป็นการกรองอย่างละเอียดถึง 5 ขั้นตอนซึ่งประกอบด้วย Sediment Filter – Carbon Filter – Cation Resin – Membrane Filter – Post Carbon ที่ให้คุณภาพน้ำสะอาดบริสุทธิ์ถึง 99.999 % ด้วยความละเอียดของไส้เมมเบรนถึง 0.0001 ไมครอน สามารถติดตั้งใต้ซิ้งค์และง่ายต่อการใช้งาน

เครื่องกรอง UV 

          เครื่องกรองยูวีเป็นการกรองสำหรับการฆ่าเชื้อโรคที่ผ่านแสงอัลตร้าไวโอเล็ต หรือแสง UV ซึ่งการกรองแบบยูวีนั้น มีการพัฒนามาจากเครื่องกรองเล็กและเครื่องกรองระบบ RO โดยการเพิ่มตัวยูวีเข้าไปค่ะ

          เมื่อเลือกใช้เครื่องกรองน้ำได้ตรงกับความต้องการ และบำรุงรักษาได้ถูกต้องตามคู่มือของเครื่องกรองน้ำแล้ว คุณก็จะสามารถนำน้ำที่ผ่านจากกระบวนการกรองนั้น ไปบริโภคได้ทันทีอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่านกรรมวิธีอื่นอีกต่อไป

วิธีการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ


          สภาพน้ำที่ใช้อยู่ เช่น น้ำประปา หรือน้ำบาดาล หากเป็นน้ำประปาทั่วไป ควรใช้แบบ RO. หรือ UF. เพราะออกแบบไส้กรองกรองต่าง ๆ มาสำหรับใช้กับน้ำประปาโดยตรง แต่หากเป็นน้ำบาดาล ควรปรึกษาผู้ชำนาญการเพื่อทำการวิเคราะห์สภาพน้ำว่ามีความเป็นกรด หรือด่างหรือไม่ หรือมีหินปูนมากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้เพิ่มสารกรอง หรือไส้กรอง จำพวกเรซิน ลงไป โดยเราก็จะได้เครื่องกรองน้ำที่ใช้กับสภาพน้ำนั้น ๆ ได้จริง
          ราคา หากมีความต้องการเครื่องน้ำอย่างดีที่สุด ต้องเป็นแบบ RO. เพราะสะอาดที่สุดมั่นใจได้ 100% รองลงมาราคาย่อมเยาหน่อยก็เป็นแบบ UF นอกเหนือจากนี้ไม่อยากแนะนำเนื่องจากอาจจะได้คุณภาพน้ำที่ไม่คุ้มค่าเงินแล้วยังไม่จำเป็นหรือเกินความจำเป็น
          คุณภาพของเครื่องที่ใช้ร่วมกับระบบการกรองต่าง ๆ เนื่องจากปัจจุบัน ได้มีการออกแบบเพิ่มเติมความสะดวกต่าง ๆ เช่น เป็นระบบน้ำร้อนหรือน้ำเย็น ต้องดูว่าถังน้ำร้อน หรือน้ำเย็น เป็นสเตนเลสหรือไม่ หรือมีการใช้ตะกั่วเป็นการเชื่อมรอยต่อหรือไม่ เพราะหากใช้สารตะกั่วหรือผสมตะกัวในถังน้ำร้อนหรือน้ำเย็น อาจทำให้เราได้รับสารตะกั่วเข้าร่างกายตลอดเวลา จะเป็นผลให้การพัฒนการทางสมองต่าง ๆ ช้าไปด้วย โดยเฉพาะกับเด็ก
          การรับประกันต่าง ๆ โดยปกติระบบการกรองน้ำจะไม่มีการรับประกัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพน้ำในแต่ละที่
          รูปทรงต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับสภาพการใช้งานในบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีการออกแบบใหม่ ๆ เพื่อให้สวยงาม และเข้ากับทุกพื้นที่
          การบริการหลังการขาย มีการบริการเปลี่ยนไส้กรอง หรือมีไส้กรองขายให้หลังจากซื้อเครื่องแล้วหรือไม่ หากต้องการความสะดวกสบายก็ใช้บริการกับบริษัทฯ ต่าง ๆ ที่ให้บริการถึงที่บ้าน และมีการเช็คคุณภาพน้ำให้ทุกครั้งที่มีการเปลียนไส้กรอง หรือเข้าไปบริการ




Advertisment



ที่มา: http://guru.sanook.com/5167/
0

20 วิธีธรรมชาติ  ทำความสะอาด และ ขจัดคราบสกปรก

รวม 20 วิธี ธรรมชาติ ทำความสะอาด และ วิธีขจัดคราบสกปรก ภายในบ้าน ครัว เสื้อผ้า รอยเปื้อน สี ชา กาแฟ คราบโคลน คราบเหงื่อ รอยเลือด คราบหมึก แบบไร้สารเคมี ทุกวิธีสามารถทำไว้ใช้ได้นาน เหมาะกับแม่บ้านทุกระดับ ที่อยากจะทำไว้ใช้ ใส่ใจต่อสุขภาพของคนในบ้าน 

รอยเลือด




Advertisment


  • ล้างออกโดยเร็วด้วยน้ำเย็น อย่าใช้น้ำอุ่น
  • แล้วใช้ผงฟูผสมกับน้ำจนเป็นครีม ป้ายไปบนรอยเลือด ทิ้งไว้จนครีมแห้ง
  • แล้วใช้แปรง แปรงออกให้หมด รอยเลือดจะหลุดออกหรือจางหายไป

คราบหมึก

  • ใช้มะนาวผ่าซีกถูตรงรอยหมึก แล้วล้างออดด้วยน้ำเย็น

รอยลิปสติก

  • ใช้กลีเซอรีน 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมันผิวมะนาว 1 หยด ถูตรงรอยเปื้อน แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

ยาทาเล็บ/สี

  • สำหรับผ้าหนาให้ใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดรอยเปื้อน
  • สำหรับผ้าบางให้ใช้กลีเซอรีน 3 ช้อนชาผสมน้ำส้มสายชู 3 ช้อนชาและน้ำร้อน 3 ช้อนโต๊ะ

สนิม

  • จุ่มผ้าตรงที่มีรอยเปื้อนสนิมในน้ำร้อน แล้วถูด้วยส่วนผสมของนมเปรี้ยว 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผงฟู 1/2 ช้อนชา แล้วล้างออกด้วยน้ำทันที

ช็อกโกแลต

  • ใช้บอแร็กซ์ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ หับน้ำเย็น 1/2 ถ้วย จนเป็นครีม
  • ใช้ส่วนผสมถูรอยเปื้อนเบาๆ แล้วทิ้งไว้ 10 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำเย็นแล้วทิ้งไว้ให้เแห้ง

กาแฟ

  • ใช้กลีเซอรีนผสมกับน้ำเย็น
  • ใช้ฟองน้ำชุบส่วนผสม แล้วถูบริเวณรอยเปื้อน

ชา

  • ใช้บอแรกซ์ 1 ช้อนชา ผสมกับกลีเซอรีน 1 ช้อนชาและน้ำอุ่น 1/2 ถ้วย ซักตรงบริเวณรอยเปื้อน แล้วนำไปซักตามปกติ

น้ำผลไม้

  • วิธการเหมือนกับการทำความสะอาดรอยเปื้อนช็อกโกแลต

ไข่

  • ใช้กลีเซอรีน 1/2 ถ้วย ผสมกับผงฟู 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำเย็น 1/2 ถ้วย ผสมให้เข้ากันแล้วใส่ขวดที่มีหัวฉีด
  • ฉีดส่วนผสมลงบนรอยเปื้อน ถูเบาๆ แล้วจึงล้างออก

หมากฝรั่ง

  • ใช้น้ำแข็งถูจนหมากฝรั่งแข็ง แล้วตัดออก

ไวน์แดง/เหล้า

  • ใช้บอแรกซ์ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำเย็น 1/2 ถ้วย ผสมกัน จนเป็นครีมใช้ถูบริเวณรอยเปื้อน ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น

ไวน์ขาว เหล้าขาว

  • ใช้น้ำส้มสายชู 1 ส่วน ผสมน้ำ 5 ส่วน ถูตรง รอยเปื้อน แล้วล้างออกด้วยน้ำธรรมดา

หญ้า

  • ใช้แอลกอฮอร์ 1/4 ถ้วย ผสมกับน้ำอุ่น 1/4 ถ้วย และกลีเซอรีน 1/8 ถ้วย ผสมให้เข้ากัน
  • ใช้ผ้าที่เปื้อนแช่ลงในส่วนผสม แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่

โคลน

  • ปกติรอยโคลนจะซักออกง่าย แต่ถ้าติดแน่นในเนื้อผ้าให้ใช้บอแรกซ์ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงฟู 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำร้อน 1 ถ้วย ซักรอยโคลนออก แล้วนำไปซักตามปกติ

ดินน้ำมัน

  • ใช้น้ำแข็งถูจนดินน้ำมันแข็ง แล้วขูดออก ถ้ายังไม่หมดให้ใช้กลีเซอรีน 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมันผิวมะนาว 1 หยด ถูซ้ำตรงรอยเปื้อนแล้วล้างออกด้วยน้ำร้อน

น้ำมันดิน

  • ขั้นแรกพยายามถูออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจึงใช้เนย 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมันผิวส้ม หรือน้ำมันผิวมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ถูบริเวณรอยเปื้อน แล้วซักในน้ำอุ่น

คราบเหงื่อ

  • ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา และน้ำอุ่น 1 ถ้วย ใส่ขวดที่มีหัวฉีด ใช้ฉีดผ้าตรงรอยเหงื่อ ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วนำไปซักตามปกติ

ปัสสาวะ

  • ใช้ผงฟู 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมันหอมระเหยวนิลา 1 หยด และน้ำอุ่น 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกันจนเป็นครีม แล้วถูตรงบริเวณตรงรอยเปื้อน ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วนำไปซักตามปกติ

เชื้อรา

  • ถ้าเป็นเชื้อราเพิ่งเกิดใหม่ๆ ให้ใช้น้ำร้อนผสมกับสบู่และผงฟู ซักเอารอยเชื้อราออก
  • ถ้าเป็นรอยเชื้อราเก่า จะค่อนข้างออกยาก ให้ใช้คลอรีน 1/2 ถ้วย ผมกับน้ำเย็น 1 ถ้วย แล้วแช่ผ้าตรงที่มีรอยเปื้อนนาน 10 นาที หลังจากนั้นนำไปแช่ในน้ำเย็น 1 ถ้วย ที่ผสมกับน้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย หลังจากนั้นนำไปซักตามปกติ


Advertisment


จาก แม่บ้านไร้สารพิษ
เรียบเรียง http://cointwashingmachine.blogspot.com/
0

รวมสูตรน้ำยาล้างอ่าง ท่อระบายน้ำ โถส้วม


น้ำยาทำความสะอาดพื้นกระเบื้องและอ่างอาบน้ำ

ส่วนผสม


  • แอมโมเนีย   1/2    ถ้วย
  • น้ำส้มสายชู     1/2     ถ้วย
  • ผงฟู                1/4   ถ้วย
  • บอแรกซ์            1      ช้อนชา

วิธีทำ

ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน บรรจุในขวดพลาสติกที่มีฝาเป็นหัวฉีด เขย่าขวดก่อนใช้ แล้วฉีดน้ำยาลงไปบนพื้นผิวกระเบื้อง แล้วใช้แปรงถูคราบสกปรกที่ติดอยู่ แล้วล้างออก น้ำยานี้เก็บได้นาน 6 เดือน

น้ำยาขัดถูพื้นผิวเซรามิค ไฟเบอร์กลาส กระเบื้อง และพลาสติก

ส่วนผสม
  • สบู่เหลว          1/2     ถ้วย
  • บอร์แรกซ์        1       ช้อนชา
  • ผงฟู                 2         ช้อนชา
  • น้ำอุ่น                1    3/4
วิธีทำ
ใส่น้ำลงในหม้อสแตนเลส เติมสบู่เหลว คนให้เข้ากัน แล้วเติมบอแรกซ์ และผงฟูลงไป คนจนละลายเข้ากัน บรรจุลงในขวดพลาสติกที่มีหัวฉีด เขย่าขวดก่อนใช้ ฉีดลงไปบนพื้นผิวที่ต้องการทำความสะอาด ใช้แปรงขัดถูสิ่งสกปรกแล้วล้างออก น้ำยานี้สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน 3 - 4 เดือน

น้ำยาฆ่าเชื้อโรค

ส่วนผสม
  • น้ำยาฟอกขาว       1/4      ถ้วย
  • น้ำมะนาว               1/4           ถ้วย
  • น้ำเปล่า                  3           ถ้วย
วิธีทำ
ผสมส่วนผสมทั้งหมดแล้วคนให้เข้ากัน ใช้ฆ่าเชื้อโรค อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ฝักบัว รวมทั้งกำจัดเชื้อราได้ดี ดดยเทน้ำยาลงไปบริเวณที่ต้องการ ทิ้งไว้ 5 นาที 

ข้อควรจำ ห้ามผสมน้ำยานี้กับแอมโมเนีย เพราะจะทำให้เกิดไอระเหยที่เป็นอันตราย


Advertisment



จากแม่บ้านไร้สารพิษ

0

วิธีทำผงดับกลิ่นพรมในรถ

พรม ในรถเป็นแหล่งเก็บฝุ่น เก็บกลิ่น สามารถแก้ได้ ทำเองได้ กลิ่นพรมในรถ ใครที่นั่งรถนานๆ และทนกับกลิ่นเหม็น อาจจะเป็นกลิ่นอับ ผงดับกลิ่นพรมในรถ ช่วยได้

ส่วนผสม


  • ฝงฟู         3/4          ถ้วย
  • แป้งข้าวโพด       1/4         ถ้วย
  • น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ     5-6    หยด

วิธีทำ

      ผสมผงฟู แป้งข้าวโพดในถ้วยแก้ว หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ 5-6 หยด ลงในส่วนผสม ผสมให้เข้ากัน จึงนำไปใช้

วิธีใช้

      โรยผงดับกลิ่นพรมในรถ ลงบนพรม ทิ้งไว้ 6-8 ชั่วโมง หรือข้ามคืน แล้วแปรงหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก พรมจะสะอาดและมีกลิ่นหอม


Advertisment


0

DIY ล้างห้องน้ำด้วยไฮเตอร์ซักผ้าขาว ล้างคราบราดำในห้องน้ำ

ได้ทราบมาว่า ล้างห้องน้ำด้วยไฮเตอร์ซักผ้าขาว สามารถล้างคราบราดำในห้องน้ำได้ ก็เลยซื้อมาลอง ผลปรากฎว่าล้างได้จริงจากที่มีคราบราดำตามร่องยาแนวพื้นห้องน้ำ หลุด ส่วนคราบฝังใน ก็ค่อยๆ ล้างออก



พื้นห้องน้ำ คราบราดำ
พื้นห้องน้ำ คราบราดำ ก่อนล้าง




ก่อนหน้านี้ก็ซื้อน้ำยาล้างห้องน้ำมาหลายยี่ห้อ เปลี่ยนมาก็หลาย เสียเงินไปมาก ล้างไม่ค่อยออก ขนาดแช่น้ำยา เทน้ำยาจนหมดขวด เมื่อขัดแล้ว คราบราดำก็ยังอยู่ ขัดยังไงก็ไม่ออก

คราบราดำในห้องน้ำ เท่าที่สังเกตุ มักจะเกิด และลามเร็วมากเมื่ออากาศชื้น ฝนตกเรื่มส่งกลิ่นเหม็น

วิธีใช้น้ำยาไฮเตอร์ล้างห้องน้ำ


สวมรองเท้ายาง หรือใครไม่มี ก็รองเท้าแตะก็ได้

เปิดฝาน้ำยาไฮเตอร์ แล้วราดให้ทั่วพื้นห้องน้ำ  แล้วปิดประตูห้องน้ำ แช่ไว้ประมาณ 10 นาที  ขั้นตอนนี้จะได้กลิ่นของน้ำยา ใครทนได้ก็ไม่เป็นไร แต่ทางที่ดีควรหาผ้าปิดจมูก หรือไปอยู่ที่ไกลๆ

เมื่อครบ 10 นาทีแล้ว ก็ใช้แปรงขัดตามรอยคราบที่มีราดำ พร้อมขัดพื้น ตรงใหนที่มีราดำเยอะ ก็ให้ขัดให้นานหน่อย จากนั้นก็ใช้น้ำราด ก็จะเห็นพื้นขาว สะอาดของห้องน้ำ พร้อมกลิ่นหายไป แต่จะมีกลิ่นของน้ำยาไฮเตอร์ ซักผ้าขาวมาแทน

ล้างห้องน้ำด้วยไฮเตอร์ซักผ้าขาว
ล้างห้องน้ำด้วยไฮเตอร์ซักผ้าขาว หลังล้าง

การเลือกซื้อน้ำยาไฮเตอร์ซักผ้าขาว มีหลายสี แต่น้ำยาเป็นตัวเดียวกัน ราคาเดียวกัน
ไฮเตอร์ซักผ้าขาว
ไฮเตอร์ซักผ้าขาว มีให้เลือกซื้อหลายสี
สรุป ใช้น้ำยาไฮเตอร์ซักผ้าขาว ล้างห้องน้ำ สามารถขจัดคราบ ราดำได้ดีกว่าน้ำยาล้างห้องน้ำ โดยเฉพาะขจัดคราบราดำ ได้แน่นอน


Advertisment



เรื่องและภาพ http://cointwashingmachine.blogspot.com/
0

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างปลอดภัย

หากจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านเรือน ก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเท่าที่จำเป็น ต่อไปเป็นคำแนะนำสำหรับวิธีการใช้และเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านเรือนอย่างปลอดภัย

การใช้ผลิตภัณฑ์


  1. ใช้ผลิตภัณฑ์จากภาชนะบรรจุดั้งเดิม ซึ่งมีฉลากข้างภาชนะผนึกให้เห็น ข้อความการใช้อย่างชัดเจน และห้ามเปลี่ยนหรือนำผลิตภัณฑ์ที่มีสารพิษไปใส่ภาชนะอื่นๆ โดยเฉพาะภาชนะที่เคยใส่อาหารหรือเครื่องดื่ม
  2. ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผสมหรือรวมกันหลายประเภท เว้นเสียแต่ว่าจะมีระบุไว้ในฉลากว่าใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ อาจทำให้เกิดปฎิกิริยาการระเบิดหรือ ปฎิกิริยาของสารเคมีที่มีพิษได้ ยกเว้นกรณีการใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันแต่ต่างยี่ห้อกัน ซึ่งนั่นหมายความว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นน่าจะผลิตมาจากส่วนผสมชนิดเดียวกัน
  3. ใช้ในปริมาณเท่าที่จำเป็นในแต่ละงาน และปฎิบัติตามที่ระบุไว้ในฉลากเท่านั้น ทั้งนี้เพราะการใช้ปริมาณมากเป็น 2 เท่าก็มิได้หมายความว่ามันจะออกฤทธิ์เป็น 2 เท่าด้วย
  4. สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีพิษให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อเด็กในท้อง
  5. หลีกเลี่ยงการสวมคอนแทคเลนส์ชนิดอ่อน ขณะที่คุณกำลังใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทสารละลาย และสารกำจัดแมลง เพราะมันสามารถดูดซึมไดระเหยที่มีอยู่ในอากาศและนำสารเคมีเข้าสู่ดวงตาได้
  6. ใช้ผลิตภัณฑ์ในที่ๆ อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อหลีกเลี่ยงการสูดดม พยายามใช่ในกลางแจ้งเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อจำเป็นก็ต้องพยายามเปิดหน้าต่างเปิดพัดลม เพื่อช่วยหมุนเวียน
  7. ห้ามทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม หรือสูบบุหรี่ในขณะที่ใช้ผลิตภัณฑ์สารเคมีอันตราย เพราะคราบที่ติดอยู่อาจเข้าปากได้ ในขณะที่การสูบบุหรี่สามารถเป็นตัวก่อการเกิดไฟไหม้ได้
  8. ชำระล้างภาชนะให้สะอาดหลังการใช้ผลิตภัณพ์สารเคมี และปิดฝาผนึกอย่างมิดชิด ล้างมือหลังใช้


Advertisment


อ้างอิงจาก: แม่บ้านไร้สาร
0

สารเคมีในน้ำยาทำความสะอาด มีอะไรบ้าง

น้ำยาทำความสะอาด
น้ำยาทำความสะอาด

สารเคมีน้ำยาทำความสะอาด บ้านในปัจจุบันมักจะมีผลิตภัณฑ์ น้ำยาทำความสะอาด กันทุกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สารเคมีน้ำยาล้างห้องน้ำ ผงซักฟอก น้ำยาฟอกขาว แชมพูทำความสะอาด ยาขัด ยาฆ่าเชื้อโรค ขี้ผึ้ง เป็นต้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ล้วนมีส่วนผสมของสารเคมีที่มักจะเป็นสารละลายที่ระเหยไว ทำให้ปนเปื้อนอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก หลังการใช้ในบางประเทศมีการยกเลิกการใช้สารเคมีเหล่านี้ แต่ในประเทศไทยยังมีการใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย

สารเคมี ในกลุ่มนี้แบ่งออกได้เป็น 3 พวกใหญ่ๆ คือ ยาขัด ยากัด และยาล้างให้สะอาด สารเคมีที่นิยมใช้กันมากใน กลุ่มนี้มี

Calcium carbonate (CaCo3) ใช้ทำเป็นผงขัดพื้นและสุขภัณฑ์

Hydrochloric acid นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนสูง

Sodium dodecyl benzene sulfonate เป็นสารลดแรงตึงผิว ทำให้ไม่มีคราบน้ำมัน หรือตะกอนมาเกาะ ช่วยให้ทำความสะอาดง่าย

Percholoroethylele เป็นสารละลายที่นียมใช้ผสมในแชมพูทำความสะอาดพรม เบาะ และในน้ำยาซักแห้ง

Ammonia เป็นสารระเหยไวใช้ในการชะล้างคราบไขมันและฝุ่นละออง แอมโมเนีย ยังใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาทำความสะอาด เตาอบ น้ำยาขัดเครื่องเงิน น้ำยาทำความสะอาดโลหะ และน้ำยาเช็ดกระจก



Advertisment


อ้างอิง: แม่บ้านไร้สารพิษ
http://cointwashingmachine.blogspot.com/
0

ไม้ ไม่เป็นมงคล ห้ามปลูกในบ้าน

ตามความเชื่อที่ว่ากันมา การปลูกต้นไม้เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ใช่ว่าจะปลูกต้นไม้อะไรก็ได้ เพราะหากเลือกไม้ที่ไม่เป็นมงคล ไม่เหมาะสมมาปลูก ก็อาจจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีเข้ามารุมเร้าตลอดเวลา ดังนั้นการที่จะหาต้นไม้มาปลูกที่มีความชอบส่วนตัวคงจะไม่ได้ สิ่งที่จะทำก็คือ ต้องรู้จักว่าไม้ ที่ไม่เป็นมงคลมีชื่ออะไรบ้าง จะได้ไม่นำมาปลูกในบ้าน


  1.  ต้นลั่นทม จะมีความสูงใหญ่ ดอกออกมาสวยงาม พร้อมกลิ่นหอม แต่ด้วยชื่อที่ฟังแล้วไม่เป็นมงคล สื่อถึง ระทมทุกข์ เต็มไปด้วยความทุกข์ จึงไม่นิยมนำมาปลูกในบ้าน
  2. ต้นโศก ชื่อที่มีแต่ความโศกเศร้า หดหู่ ถ้านำมาปลูกในบ้าน ก็จะนำมาแต่ความเศร้าตลอดเวลา จึงไม่นิยมนำมาปลูกในบ้าน
  3. มะละกอ ก็เป็นอีก คือ จากเสียง ที่ออกคล้าย มรณะ ที่แปลว่าตาย จึงไม่นิยมนำมาปลูก แต่ ถ้านึกไม่ถึงก็ เห็นปลูก เพื่อเป็นอาหาร
  4. ต้นเต่าร้าง ด้วยความหมายสื่อ ไปในทางร้างรา ความโดดเดี่ยว จึงไม่นิยมนำมาปลูก
  5. ต้นชบา สมัยโบราณ ดอกชบาเป็นเครื่องหมายประจานชายหญิง ที่ทำผิดประเวณี ดังนั้นถ้านำมาปลูกในบ้าน ก็จะทำให้มีชู้ ไม่สมหวัง
  6. ต้นมะรุม มีแต่ความวุ่นวาย มีเรื่องตลอดเวลา
  7. ต้นนางแย้มป่า โบราณ เชื่อว่าต้นนางแย้มมีภูติผีสิงอยู่
  8. ต้นชวนชม สื่อไปในทางที่ไม่ดี บ้านใหนมีลูกสาว ก็จะมีแต่หนุ่มมามองตลอดเวลา ชมแล้วจากไป
  9. ต้นงิ้ว หมายถึงการคบชู้
  10. ต้นระกำ บอกถึงความทุกข์ ระกำช้ำชอก ชีวิตมีแต่ความทนทุกข์
  11. ต้นตะเคียน มีความเชื่อว่าต้นตะเคียนมีผีสิงอยู่
  12. ต้นน้ำเต้า เกิดความเสียหาย เสื่อม
  13. ต้นสลัดได เป็นการสลัดเอาแต่สิ่งดีงามออกจากบ้าน
  14. ต้นมะกอก ชื่อจะไปพ้องเสียกกับคำว่า กลิ้งกลอก จึงไม่นิยมปลูกในบ้าน
  15. ต้นรุ่ย ด้วยที่ชื่อ หมายถึง ขาดรุ่ย ไม่มั่นคง จึงไม่นิยมปลูก
  16. ต้นมะขามเทศ ลักษณะต้นมะขามเทศจะมีหนาม จึงไม่นิยมปลูก เชื่อว่าจะมีแต่อุปสรรคต่างๆ ในการทำงาน การค้าขาย
  17. ต้นรักเร่ หมายความว่า ต้องเร่ขายรักไปเรื่อยๆ
0

ทำเองใช้เอง น้ำยาทำความสะอาดพรม (Carpet Shampoo DIY)

ทำน้ำยาทำความสะอาดพรม ซักพรม ทำใช้เอง

ส่วนผสม

ผงสบู่              1/3            ถ้วย
น้ำต้ม              3  1/2         ถ้วย
โซดาซักผ้า        2            ช้อนชา
น้ำมันวนิลา        6            หยด  ช่วยขจัดกลิ่นปัสสาวะและกลิ่นควัน
น้ำมันเปปเปอร์มินท์  6   หยด ช่วยฆ่าเชื้อ

วิธีทำ

ต้มน้ำให้เดือดในหม้อสแตนเลส ใส่ผงสบู่ลงไป คนจนผงสบู่ละลาย นำมาตั้งทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเติมโซดาไซักผ้า และน้ำมันหอมระเหย คนให้เข้ากัน เก็บใส่ขวดแล้วนำไปใช้ได้นาน 6 เดือน

วิธีใช้น้ำยาซักพรม

ใช้แปรงจุ่มน้ำยาแล้วถูพรมเบาๆ แล้วปล่อยทิ้งให้แห้ง

* ผงสบู่ คือ สบู่ธรรมชาติที่ทำจากน้ำมันมะพร้าว นำมาขูดให้เป็นผง การทำผงสบู่ ทำง่ายโดยการนำสบู่ก้อนบริสุทธิ์ที่อ่อนโยนไม่มีส่วนผสมของสีหรือกลิ่นที่ซื้อมาทำขึ้นเอง



Advertisment


วิธีทำสบู่ผง ใช้ที่ขูดผักผลไม้ ขูดก้อนสบู่ให้เป็นชิ้นสบู่หรือผงสบู่
* โซดาซักผ้า หรือ โซเดียมคาร์บอเนต (Sodium Carbonate) ซื้อได้ที่ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์

ที่มาแม่บ้านไร้สารพิษ
0

วิธีกำจัดหนู แบบใช้ยาเบื่อหนู ฆ่าหนู ลองแล้วได้ผลเกินคาด





Advertisment



สุดจะทนกับหนูที่ขี้เรี่ยราดในร้านซักรีด เหม็นกลิ่นฉี่หนู แถมวันดีคืนดีก็ลงไปอยู่ในผ้าของลูกค้า เหม็นมาก แรกๆ ก็ปล่อยหนู คิดว่าสงสาร แต่คราวนี้สุดจะทน หนูลงไปวิ่งเล่นในตะกร้าผ้าของลูกค้าที่ซักเสร็จแล้ว โชคดีที่ยังไม่ทันได้ส่งผ้าคืน ไม่งั้นเสียลูกค้า

ยาเบื่อหนู ฆ่าหนู ในภาชนะ
ยาเบื่อหนู ฆ่าหนู ในภาชนะ

คิดหาวิธีกำจัดหนู คิดว่าถ้าจะดักก็คงได้ไม่กี่ตัว ซึ่งกำจัดหนูไม่หมด เลยไปหาซื้อยาเบือหนู ยาฆ่าหนูมาใช้ เลยไปหาซื้อตามร้านขายต้นไม้ ไปถามครั้งแรกเค้าบอกว่าหมด แต่คนขายก็พยายามหา ก็เจอยาเบื่อหนู ยาฆ่าหนู เป็นกล่องสีแดง

วันแรก เริ่มปฏิบัติการ โดยอ่านวิธีใช้ข้างกล่อง โดยบอกว่าให้นำยาใส่ในถ้วยแล้ววางตามจุดต่างๆ ห่างกันประมาณ 1 เมตร แต่ถ้าใช้ถ้วยก็จะเปลือง ก็เลยใช้วัสดุเหลือใช้ คือ ขวดพลาสติกนำมาตัดเอาที่ก้น แล้วก็นำไปวางตามจุดต่างๆ





Advertisment



ยาเบื่อหนู ยาฆ่าหนู
ยาเบื่อหนู ยาฆ่าหนู บรรจุในซองแน่นหนา



การวางตามจุด ทางเราไม่ได้เน้นห่างกัน 1 เมตร แต่จะวางที่ที่ หนูทิ้งร่องรอยเอาไว้ คือ ขี้หนู ตรงนั้นเลย เพราะหนูมาทิ้งไว้ตลอด

และข้างกล่องบอกว่า ให้ใส่ยา ซึ้ง ก็ คือเมล็ดข้าวสารน่าจะเคลือบยาเบื่อหนู ยาฆ่าหนู ซึ้งให้ใส่ยาทุกวัน แล้วหนูก็จะมากิน ใส่ประมาณ 5 วัน ก็จะเห็นผล


ผลจากการใช้ยาเบื่อหนู ยาฆ่าหนู

จากการใช้ยาเบื่อหนู ก็จะเริ่มเห็นผลในวันที่ 4 ของการใช้ยา เพราะขี้หนูน้อยลง สังเกตุ ข้าวที่ใส่ไว้ก็ยังเหลือ และได้กลิ่นเน่าหนูตาย

รู้ได้ยังไงว่า หนูมากินยา ก็ให้ดูจากยาเบื่อที่ใส่ไป และลดจำนวนลง คือ หนูมากินหมด และเมื่อใส่ในวันที่ 5 ยาเบื่อหนู ฆ่าหนูก็จะเริ่มเหลือ พร้อมกับได้กลิ่นหนูตาย แต่ได้กลิ่นไม่นาน

การเลือกซื้อยาเบื่อหนู ยาฆ่าหนู

ให้ดูที่ข้างกล่อง มีข้อบ่งใช้ วิธีใช้ มี อย. คุ้มครอง ซองปิดแน่นหนา



Advertisment


การใช้ยากำจัดหนู ยาเบื่อหนู ฆ่าหนู ให้ดูวิธีการใช้ข้างกล่องให้ดี อ่านวิธีใช้ แล้วทำตาม และให้ระวังอย่าไปถูก ถ้าถูก ก็ให้รีบล้างมือ

เรื่องและภาพ Aerk Guide
0

20 วิธีธรรมชาติ ขจัดคราบสกปรก

หันมาทำความด้วยวิธีธรรมชาติง่ายๆ ขจัดคราบสกปรก เพื่อความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านและประจำตัว โดยไม่ต้องซื้อน้ำยา ขจัดคราบสกปรก ราคาแพง เพียงหาของในบ้าน ในครัวเรือนแล้วนำมาผสม นำมาทำน้ำยาทำความสะอาด ติดตามได้

ขจัดคราบรอยเลือด

ล้างออกโดยเร็วโดยน้ำเย็น อย่าใช้น้ำอุ่น
ใช้ผงฟูผสมกับน้ำจนเป็นครีม แล้วป้ายไปบนรอยเลือด ทิ้งไว้จนครีมแห้ง
แล้วใช้แปรง ทำการแปรงออกให้หมด รอยเลือดจะหลุดออกและจางหายไป

ขจัดคราบ หมึก

ใช้มะนาวผ่าซีกถูตรงรอยน้ำหมึก แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

ขจัดคราบ ลิปสติก

ใช้กลีเซอรีน 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมันผิวมะนาว 1 หยด ถูตรงรอยเปื้อน แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

ขจัดคราบ ยาทเล็บ/สี
สำหรับผ้าหนา ให้ใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดรอยเปื้อน สำหรับผ้าบางให้ใช้กรีเซอลีน 3 ช้อนชาผสมน้ำส้มสายชู 3 ช้อนชา และน้ำร้อน 3 ช้อนโต๊ะ

ขจัดสนิม

จุ่มผ้าตรงที่มีรอยเปื้อนสนิมในน้ำร้อน แล้วถูด้วยส่วนผสมของนมเปรี้ยว 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผงฟู 1/2 ช้อนชา แล้วล้างออกด้วยน้ำ

ช็อกโกแลต

ใช้บอแรกซ์ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเย็น 1/2 ถ้วย จนเป็นครีม
ใช้ส่วนผสมถูรอยเปื้อนเบาๆ แล้วทิ้งไว้ 10 นาที
ล้างออกด้วยน้ำเย็นแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง

คราบกาแฟ

ใช้กลีเซอรีนผสมกับน้ำ
ใช้ฟองน้ำชุบส่วนผสม แล้วถูบริเวณรอยเปื้อน

คราบชา

ใช้บอแร็กซ์ 1 ช้อนชา ผสมกับกลีเซอรีน 1 ช้อนชา และน้ำอุ่น 1/2 ถ้วย ซักตรงบริเวณเปื้อน แล้วนำไปซักตามปกติ

คราบ น้ำผลไม้ เหมือนกับ การทำความสะอาดคราบช็อกโกแลต

คราบไข่

ใช้กลีเซอรีน 1/2 ถ้วย ผสมกับผงฟู 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำเย็น 1/2 ถ้วย ผสมเข้ากันแล้วใส่ขวดที่มีหัวฉีด
ฉีดลงไปบนรอยเปื้อนคราบไข่ ถูเบาๆ แล้วล้างออก

คราบหมากฝรั่ง

ใช้น้ำแข็งถูจนหมดคราบหมากฝรั่ง

คราบไวน์แดง/เหล้า

ใช้บอแร็กซ์ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำเย็น 1/2 ถ้วย ผสมกับ จนเป็นครีมใช้ถูบริเวณรอยเปื้อน ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก

ไวน์ขาว เหล้าขาว

ใช้น้ำส้มสาบชู 1 ส่วน ผสมน้ำ 5 ส่วน ถูตรงรอยเปื้อน แล้วล้างออกด้วยน้ำธรรมดา

หญ้า

ใช้แอลกอฮอล์ 1/4 ถ้วย ผสมกับน้ำอุ่น 1/4 ถ้วย และกลีเซอรีน 1/8 ถ้วย ผสมให้เข้ากัน
ใช้ ผ้าท่เปื้อนแช่ลงในส่วนผสม แล้วล้างออกด้วยสบู่

คราบโคลน

รอนโคลนจะซักทำความสะอาดง่าย แต่ถ้าติดแน่นในเนื้อผ้าให้ใช้บอแร็กซ์ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงฟู 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำร้อน 1 ถ้วย ซักรอยโคลนออก แล้วนำไปซักตามปกติ

ดินน้ำมัน

ใช้น้ำแข็งถูจนดินน้ำมันแข็ง แล้วขูดออก ถ้ายังไม่หมด ให้ใช้กลีเซอรีน 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมันผิวมะนาว 1 หยด ถูซ้ำตรงรอยเปื้อนแล้วล้างออกด้วยน้ำร้อน

น้ำมันดิน

ขั้นแรกพยายามถูออกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วจึงใช้เยน 1 ชอนโต๊ะ ผสมกับน้ำมันผิวส้ม หรือผิวมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ถูบริเวณรอยเปื้อน แล้วซักในน้ำอุ่น

คราบเหงื่อ
ใช้มะนาว 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชาและน้ำอุ่น 1 ถ้วย ใส่ขวดที่มีหัวฉีด ใช้ฉีดผ้าตรงรอยเหงื่อ ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วนำไปซัก

คราบกลิ่นปัสสาวะ

ใช้ผงฟู 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมันหอมระเหย วนิลา 1 หยด และน้ำอุ่น 2-3 ช้อนโต๊ะ ผสมกันจนเป็นครีม แล้วถูตรงบริเวณรอยเปื้อน ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วจึงนำไปซักตามปกติ

คราบเชื้อรา

ถ้าเป็นราเกิดใหม่ ให้ใช้น้ำร้อนผสมกับสบู่และผงฟู ซักเอารอยเชื้อราออก
ถ้าเป็นเชื้อราเก่า ใช้คลอรีน 1/2 ถ้วย ผสมกับน้ำเย็น 1 ถ้วย แล้วแช่ผ้าตรงรอยเปื้อนนาน 10 นาที หลังจากนั้นนำไปแช่น้ำเย็น 1 ถ้วย ที่ผสมกับน้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย หลังจากนั้นนำไปซักตามปกติ

0

สูตรทำน้ำหมักจุลินทรีย์ ใช้บำรุง ต้น ใบ ดอก ผล


วิธีทำ น้ำหมักจุลินทรีย์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่สูตรน้ำหมักจากพืชสีเขียว และสูตรน้ำหมักจากผลไม้สุก ซึ่งนำไปใส่ผัก บำรุงต้น บำรุงใบ และ บำรุงดอก บำรุงผล ตามลำดับ สูตรน้ำหมักจุลินทรีย์สูตรนี้สามารถหาวัสดุเหลือใช้จากของเหลือใช้ หาง่ายจากบ้าน จากสวน จากครัว ไม่เสียเวลา มาดูแต่ละสูตรกันเลย

น้ำหมักสูตรพืชสีเขียว บำรุงต้น บำรุงใบ

สูตรทำน้ำหมักจุลินทรีย์ จาก ผักใบสีเขียว ได้แก่ ผักบุ้งสด กะหล่ำปลี ผักกาด ผักกวางตุ้ง เป็นต้น ถ้าอยู่ใกล้ตลาดขายผัก ก็ขอซื้อผักที่คัดทิ้งก็ได้

สูตรทำน้ำหมักจุลินทรีย์
สูตรทำน้ำหมักจุลินทรีย์ จากผักใบเขียว

1.นำเศษพืชสีเขียว มาทำความสะอาด เอาสิ่งสกปรกออก แต่ไม่ควรล้างน้ำ เพราะจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จะถุกชะล้างไปกับน้ำ จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก 5 - 10 เซนติเมตร ใส่ในภาชนะผสมปากกว้าง โรยน้ำตาลทรายแดง หรือกากน้ำตาลลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน
3.คลุมด้วยกระดาษสาหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ ทิ้งไว้ 1 - 2 ชั่วโมง แล้วนำวัตถุดิบมาใส่ถังพลาสติกหรือโอ่งดิน ใส่ให้สูงขึ้นมา 3 ใน 4 ส่วนของภาชนะหมัก เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับอากาศถ่ายเท
3.ปิดภาชนะพอหลวมๆ สำหรับถังพลาสติก หรือใช้กระดาษปิดและมัดปากโอ่งด้วยเชือก เก็บภาชนะหมักไว้ในที่ร่ม วัตถุดิบจะหมักย่อยสมบูรณ์ 5 - 7 วัน น้ำหมักจุลินทรีย์จะมีกลิ่นเปรี้ยว

การนำไปใช้ ให้นำน้ำหมักจุลินทรีย์ไปเจือจางกับน้ำสะอาด 800 - 1,000 เท่า นำหมักจุลินทรีย์สูตรพืชสีเขียว ใช้บำรุงพืชระยะเริ่มงอก และเป็นต้นกล้า โดยพืชจะเจริญในช่วงทางต้น ดอก และผล

น้ำหมักสูตรผลไม้สุก บำรุงดอก บำรุงใบ

สูตรทำน้ำหมักจุลินทรีย์ จาก ผลไม้สุกได้แก่ มะละกอสุก สับปะรดสุก มะม่วงสุก กล้วยสุก หาได้จากสวนในบ้าน หรือสวนพื่อนก็ได้ ทำเสร็จก็แบ่งให้คนอื่นใช้

สูตรทำน้ำหมักจุลินทรีย์
สูตรทำน้ำหมักจุลินทรีย์ จากผลไม้สุก
1.นำเศษผลไม้สุกมาขจัดสิ่งสกปรกที่ติดมาออกไป จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ประมาณ 5 - 10 เซนติเมตร ใส่ภาชนะหมัก โดยเรียงลำดับผลไม้ที่หวานมากไว้ด้านล่าง และหวานน้อยไว้ด้านบน
2.โรยน้ำตาลทรายแดงหรือกากน้ำตาลลงไปครึ่งหนึ่งขณะใส่วัตถุดิบถึงกลางภาชนะหมัก และโรยหน้าอีกครั้งหนึ่งที่เหลือ
3.วัตถุดิบต้องสูงขึ้นมา และเหลือพื้นที่จากวัตถุดิบถึงปากภาชนะ ประมาณ 1 ใน 3 ส่วนของภาชนะ
4.ปิดฝาภาชนะหลวมๆ เพื่อระบายอากาศ หากไม่มีฝาให้ใช้กาะดาษหนังสือพิมพ์แล้วมัดด้วยเชือก




5.กวนวัตุดิบในภาชนะหมัก 2 - 3ครั้งด้วยแท่งไม้ ในระหว่างช่วงเวลาหมัก ฤดูหนาวกวนบ่อยครั้ง ฤดูร้อนกวนน้อนครั้ง
6.นำภาชนะหมักไปเก็บในที่ร่ม หมักนาน 4 - 5 วัน ในฤดูร้อน และ 17 - 18 วัน ในฤดูหนาว หลังจากหมักเสร็จตามเวลาให้โรยน้ำตาลทรายแดงหรือกากน้ำตาลเพิ่มเติมเล็กน้อย เก็ในที่ร่มตามเดิม

การนำไปใช้ ใช้น้ำหมักจุลินทรีย์เจือจางกับน้ำสะอาด 1,000 เท่า ใช้บำรุงพืชที่เข้าสู่ระยะออกดอก

สูตรน้ำหมักจุลินทรีย์ ใช้บำรุง ต้น ใบ ดอก ผล ทำใช้เองประหยัดเงินซื้อปุ๋ยเคมี และใช้ได้นาน

ขอบคุณข้อมูลจาก พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ คลองหลวง ปทุมธานี
เรียบเรียง http://cointwashingmachine.blogspot.com/
0

10 วิธีทำความสะอาดบ้าน,ครัว ง่ายๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ

ทำความสะอาดบ้าน,ครัว มีวิธี เราสามารถหลีกเลี่ยงสารเคมีได้ ซึ่งเป็นพิษต่อตัวเราและครอบครัว การทำความสะอาดบ้าน,ครัว เรื่อนหลักการณ์ คือ หมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ จัดข้าวของให้ดูสะอาดไม่รกหูรกตา หยิบ จับ ใช้ เก็บ ง่าย ไม่ให้เกิดเป็นแหล่งหมักหมด บ่มเพาะเชื้อของ ยุง แมลงสาบ หนู และกลิ่นอับชื้น ห้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก



Advertisment


เตาปิ้ง มีคราบไหม้ ดำ
ขจัดคราบรอยไหม้ของอาหาร ปิ้ง ย่าง โดยโรยผงฟูให้ทั่ว ราดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ แล้วล้างทำความสะอาด


แต่เมื่อจำเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยทำความสะอาด ก็หันมาใช้วัสดุจากธรรมชาติในการช่วยทำความสะอาด และด้วยเหตุที่ใช้วิธีธรรมชาตินี่เอง อาจจะกำจัดอยู่ไม่นาน จึงต้องทำบ่อย สิ่งที่หาได้ง่าย และทราบมานาน คือ ผงฟู เกลือแกง น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว ซึ่งก็ได้รับการพิสูจน์ว่าใช้ได้ผล

10 วิธีทำความสะอาดบ้าน,ครัวด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นวิธีที่ง่าย มากๆ 

1) การทำความสะอาดทั่วไป

ผสมสบู่เหลว หรือบอเร็กซ์ 1 ช้อนชาในน้ำอุ่น หรือ น้ำร้อน 1 ลิตร เติมน้ำมะนาว หรือน้ำส้มสายชูลงไป 1-2 ช้อนชา ใช้เช็ดถูบริเวณที่มีคราบไขมัน

2) วิธีกำจัดกลิ่นเหม็น/กลิ่นอับ

  • ใช้น้ำส้มสายชูหรือฝงฟู 2-4 ช้อนโต๊ะ ใส่ในจานวางไว้เพื่อดูดกลิ่น
  • นำไม้ประดับดูดสารพิษมาตั้ง เพื่อดูดกลิ่น ฟอกอากาศ
  • ใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศที่ให้กลิ่นหอมมาต้ม ตั้งวางไว้

3) การทำความสะอาดพื้น

  • เช็ดถูด้วยน้ำธรรมดา
  • ใช้น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยผสมน้ำอุ่น 1 แกลลอน (5 ลิตร) ถูทำความสะอาดพื้น

4) การล้างภาชนะจาน ชาม

  • ผสมน้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาว  1-3 ช้อน ลงกับสบู่เหลว  นำมาล้างจานชาม คราบสกปรก และมีไขมันมาก
  • จานชาม ช้อนที่ทำจากไม้ ให้ฝานมะนาวเป็นซีก แล้วนำมาขัดถู  แล้วล้างออก แล้วเช็ดให้แห้ง แล้วตากแดด หรืออาจจะใช้ฝงฟูเช็ดด้วยก็ดี
  • ขจัดคราบสกปรกบนภาชนะเคลือบ ให้ใช้เกลือผสมกับน้ำส้มสายชูถูบริเวณที่สกปรก
  • ขจัดคราบรอยไหม้ของอาหาร ปิ้ง ย่าง โดยโรยผงฟูให้ทั่ว ราดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ แล้วล้างทำความสะอาด ก็ดี
  • ขจัดคราบตะกอนในกาน้ำ หรือ เตารีดไอน้ำ ให้ใช้น้ำส้มสายชูกลั่น 1 ถ้วยครึ่ง ละลายน้ำเปล่า 1 ถ้วยครึ่ง เติมเกลือ 3 ช้อนชาลงในกาน้ำ ต้มให้เดือด 15 นาที ปล่อยทิ้งค้างคืน 1 คืน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • การล้างขวด ให้ใช้ทรายใส่ลงในขวด แล้วเติมน้ำนิดหน่อย ทำการเขย่าแรงๆ คราบที่ติดอยู่ก็จะหลุดลุ่ยไปเอง ตามด้วยน้ำเปล่า ล้างออกอีกครั้ง

5) การทำความสะอาดท่อระบายน้ำ

  • เทฝงฟู 1 กำมือ และน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วย ลงไปในท่อระบายน้ำ ปิดปากรูให้แน่นด้วยเศษผ้า  1 นาที ปฎิกิริยาระหว่างฝงฟูกับน้ำส้มสายชูทำให้เกิดแรงดันในท่อระบายน้ำ แล้วจะดันเศษอาหารที่อุดตันท่อออกไป แล้วเทน้ำเปล่าตาม
  • เทเกลือและผงฟูลงในท่อ อย่างละครึ่งถ้วยแล้วตามด้วยน้ำเดือด 6 ถ้วย ปล่อยค้างคืน จากนั้นราดน้ำเปล่าแรงๆ

6) การฆ่าเชื้อโรค

  • ล้างเครื่องใช้ ในครัว ในบ้านเป็นประจำ ด้วยสบู่และน้ำธรรมดา และน้ำร้อนลวกเพื่อฆ่าเชื้อโรค
  • ตากแดด หรือมีอากาศถ่ายเทสะดวก เครื่องใช้ต่างๆ
  • ใช้บอแร็กซ์ครึ่งถ้วยละลายในน้ำร้อน 1 แกลลอน (5 ลิตร) ล้างภาชนะต่างๆ ฆ่าเชื้อโรค

7) การขัดเงาพื้นและเฟอร์นิเจอร์

  • ใช้น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ผล ผสมกับน้ำ 1 ช้อนชา ชุบด้วยผ้าใช้เช็ดถู
  • ใช้น้ำมันพืช 1 ส่วน ผสมกับน้ำมะนาว หรือน้ำส้มสายชู 1 ส่วน ชุบผ้าบางๆ เช็ดถู
  • ใช้น้ำมันมะกอก 3 ส่วน ผสมกับน้ำส้มสายชู 1 ส่วน ชุบผ้าบางๆ เช็ดถู

8) การเช็ดกระจก

  • ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำอย่างละ 1 ส่วน ชุบด้วยผ้านุ่มๆ เช็ดกระจก หรือใส่กระบอกฉีดแล้วเช็ด ก็ดี
  • รอยขีดข่วนบนกระจก ใช้ยาสีฟันถู แล้วใช้ผ้านุ่มเช็ดเบาๆ 

9) การทำความสะอาดพรม เฟอร์นิเจอร์ เบาะ นวม

  • การดูดกลิ่นให้ใช้ฝงฟู หรือแป้งข้าวโพด โรยบนพรมโดยใช้อัตราส่วน 1 ถ้วย ต่อพื้นที่ห้องขนาดกลาง ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วใช้เครื่องดูดออก ถ้ากลิ่นติดแน่น ให้โรยทิ้งไว้ข้ามคืน จึงดูดออก
  • การขจัดคราบเลือด ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นๆ แล้วเช็ดออกเบาๆ
  • คราบเหนียวเหนอะหนะ ใช้ฝงฟุทาทับรอยเปื้อน ใช้มือถูเบาๆ ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วเช็ดออก

10) การกำจัดมด และแมลงสาบ

  • โรยพริกป่น สะระแหน่แห้ง กากกาแฟ ตามที่มดเดิน หรือบีบมะนาวตามรูเข้าของมด แลวทิ้งเปลือกมะนาวไว้ตรงนั้น ปลูกสะระแหน่ไว้รอบบ้าน
  • ใช้ผงฟูโรยหรือน้ำส้มสายชู ผสมน้ำแล้วเช็ดตามทางเดินมด
  • ใช้แป้งข้าวโพดผสมกับปูนพลาสเตอร์ ในอัตราส่วนเท่าๆ กัน โรยบริเวณที่มีแมลงสาบมารบกวน เมื่อแมลงสาบกินแป้งเข้าไป ปูนพลาสเตอร์ก็จะแข็งในท้องตาย
10 วิธีทำความสะอาดบ้าน,ครัว ด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นการใช้วัสดุที่หาได้ง่าย และไม่เป็นอันตรายผู้ใช้และสมาชิกภายในบ้าน ต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดอยู่เสมอ ให้อากาศได้ถ่ายเท เท่านี้ พวก แมลงสาบ มด กลิ่นอับ ชื้น ท่อตัน ก็หายไป ด้วยเงินที่น้อย




Advertisment




0

เตาปิ้ง เตาปิ้งกล้วย เตาปิ้งไร้ควัน เตาปิ้งอินฟาเรด

เตาปิ้งกล้วยที่เหมาะสมกับ Aerk Guide ณ ตอนนี้ คือ เตาปิ้งไร้ควัน หรือเตาปิ้งอินฟาเรดโดยใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง หลังจากที่เปลี่ยนมาใช้เตาปิ้งกล้วยอิฟาเรด 2 หัวเตา เมื่อเทียบกับเตาปิ้งถ่าน ก็พอจะสรุปได้ว่า แก๊สที่ใช้อยู่ประมาณเดือนละ 2 ถัง ถังละ 342 บาท คิดเป็นเดือนละ 684 บาท และเมือใช้เตาถ่านก็ประมาณวันละ 60 บาท คิดเป็นเดือนละ 60 x 30 = 1800 บาท ถ้าคิดเทียบเปอร์เซนต์ที่ลดค่าเชื้อเพลิง ก็ประมาณร้อยละ 50 % ก็ถือว่าใช้แก๊สจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก



Advertisment




เตาปิ้ง เตาปิ้งกล้วย เตาปิ้งไร้ควัน เตาปิ้งอินฟาเรด
เตาปิ้ง เตาปิ้งกล้วย เตาปิ้งไร้ควัน เตาปิ้งอินฟาเรด ที่ใช้ปิ้งกล้วยอยู่


เตาปิ้งกล้วยใช้แก๊สอินฟาเรดใช้งานง่าย เมื่อใดก็ตามที่หยุดปิ้ง ก็เพียงปิดแก๊ส และเปิดแก๊สเมื่อต้องการปิ้งกล้วย แต่เมื่อเทียบกับเตาถ่าน ต้องใช้เวลาในการจุดไฟเผาถ่าน

ข้อดีของเตาแก๊สอินฟาเรด สามารถควบคุมความร้อนได้ เพียงเปิดปิดวาล์วควบคุมแก๊สก็ได้แล้ว

แต่ข้อดี ของเตาถ่าน เมื่อปิ้งกล้วยแล้วจะมีกลิ่นหอมชวนกิน
ข้อเสียเตาถ่าน ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ กล้วยปิ้งไหม้ก่อนจะสุก ทำให้ฝาด กลิ่นถ่านไปติดตามตัว ซึ่งกลิ่นนี้จะเหม็นมากเวลาอยู่ในห้องแอร์ หรือเพียงเดินผ่านในห้องแอร์ ขอบอก

เตาปิ้ง เตาปิ้งกล้วย เตาถ่าน
เตาปิ้ง เตาปิ้งกล้วย เตาถ่าน



Advertisment


ข้อมูลที่เขียนมาเป็นเพียงประสบการณ์ในการใช้เตาปิ้งแก๊ส ถ้าผิดพลาดหรือไปกระทบใครก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยจาก ถ้าใครคิดจะประกอบอาชีพปิ้งกล้วยขายก็ลองทบทวนดูว่าจะใช้เตาปิ้งแบบใหน  Aerk Guide
0

งาน DIY ชั้นวางของ สไตน์ Woodworking

ชั้นวางของเป็นตัวช่วยให้บ้านมีระเบียบมากขึ้น ช่วยวางสิ่งของต่าง เช่น ชั้นวางหนังสือ ชั้นวางแก้ว ชั้นวางของโปรด และมันสามารถออกแบบได้ด้วยตัวเอง ออกแบบชั้นวางของตามแบบฉบับท่ต้องการ หรือ ชั้นวางของ DIY ซึ่งการทำเองฝรั่งเขาชอบมากถือว่าเป็นงานอดิเรก (hobby) และเป็นกิจกรรมภายในครอบครัวที่สมาชิกร่วมกันทำ เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ไม้ทำชั้นวางของ ถือว่าสำคัญมาก ต้องเป็นไม้ที่สามารถรับน้ำหนักสิ่งของที่จะวางได้ อาจจะเลือกไม้ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน คือ พาเลทไม้ หรือ ไม้พาเลท ถือว่าเป็นไม้ที่มีความแข็งแรงในระดับหนึ่ง อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับผู้ใช้และการดูแล ส่วนไม้อื่น ก็อาจจะเลือกไม้ที่หาได้ เช่น ไม้ไผ่ เป็นต้น แต่ Aerk Guide แนะนำว่าให้ใช้ไม้พาเลทดีกว่า เพราะเป็นไม้ที่ได้จากเหลือทิ้งจากการวางของ อาจจะมาจากนอกประเทศ

แหล่งซื้อไม้พาเลทก็สามารถซื้อได้ง่ายตามร้านค้าไม้พาเลท ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด

ประโยชน์ของการทำชั้นวางของ Shelves

บ้านจากที่ไม่มีชั้นวางของก็มีชั้นวางของที่ดูสะอาดตา เพิ่มพื้นที่บ้าน ห้องนอน เก็บของเป็นสัดส่วน หยิบจับง่าย เป็นชั้นวางของที่ไม่ซ้ำใคร

ชั้นวางหนังสือ
ชั้นวางหนังสือ

ไม้เก่าแขวนดวงไฟ
ไม้เก่าแขวนดวงไฟ

บันได DIY เป็นชั้นวางของ วางหนังสือ
บันได DIY เป็นชั้นวางของ วางหนังสือ

บันไดเก่า เปลี่ยนเป็นราวแขวนผ้า
บันไดเก่า เปลี่ยนเป็นราวแขวนผ้า

บานหน้าต่างเก่า เป็นชั้นวางหนังสือ
บานหน้าต่างเก่า เป็นชั้นวางหนังสือ

DIY บานประตูเป็นชั้นวางของ
DIY บานประตูเป็นชั้นวางของ

พาเลทไม้ เป็นชั้นวางขวด วางของ
DIY พาเลทไม้ เป็นชั้นวางขวด วางของ

ชั้นวางของ เอาไว้วางไม้กระถาง
ชั้นวางของ เอาไว้วางไม้กระถาง

DIY ชั้นวางของเป็นโต๊ะทำงาน
DIY ชั้นวางของเป็นโต๊ะทำงาน

Apartment shelving DIY:
Apartment shelving DIY: 

ชั้นวางของสามเหลี่ยม
ชั้นวางของสามเหลี่ยม วางหนังสือ วางไม้กระถาง

ชั้นวางหนังสือ
ชั้นวางหนังสือ เป็นต้นไม้ กิ่งไม้

ชั้นวางหนังสือแบบน็อคดาวน์
ชั้นวางหนังสือแบบน็อคดาวน์


15 งาน DIY ชั้นวางของเป็นไอเดียร์ในการทำชั้นวางของที่ดูแล้วทำให้รู้สึกว่า ถ้าเราทำได้มันจะเพิ่มความน่าสนใจในบ้าน ห้องนอน หรือห้องรับแขกก็เป็นได้ แต่งานทำชั้นวางของไม่ใช่ว่าจะทำให้เหมือนตามแบบเสมอไป เพียงเราใส่จินตนาการของเรา ความรู้สึกลงไปในชิ้นงานนั้น ผลงาน DIY ที่ออกมาจะยิ่งเพิ่มสเน่ห์มากขึ้น

เครดิตรูปจาก Pinterest.com
เรียบเรียงโดย Aerk Guide

0

แบบจัดสวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ที่จัดได้สวยงาม

แบบจัดสวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ เพลิดเพลินกับสวนหิน ตุ๊กตา สระน้ำเล็กๆ ไม้ดอกจัดสวนหลากสีและน้ำตกเล็กๆ จัดสวนหน้าบ้านภายในบ้าน แต่งแต้มหน้าบ้านด้วยสวนหย่อมเล็กๆ ที่ดูแล้วใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด รูปแบบจัดสวนที่เริ่มจากจุดเล็กๆ ค่อยๆ ก้าวที่ละเล็กละน้อยค่อยๆ ทำจนเป็นสวนที่ชอบในที่สุด

การจัดสวนหย่อมหน้าบ้านต้องค่อยๆ ทำค่อยๆ จัด ไม่ใช่ว่าจะทำวันเดียวเสร็จ ถ้าจัดเองได้จะยิ่งดีเพราะจะรู้สึกภูมิใจที่ได้จัดสวนเอง แบบสวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ เป็นแบบนำเสนอและนำไปเป็นแนวคิดและปฎิบัติ

มุมมองการจัดสวนหย่อมหน้าบ้าน ต้องการที่จะจัดสวนด้วยตัวเอง จัดแล้วให้เหมือนกับธรรมชาติมากที่สุด ใช้เวลาว่างในการจัดสวน เครื่องมือและวัสดุสามารถหาได้ง่ายตามร้านขายต้นไม้ ดอกไม้ ร้านขายเครื่องมือจัดสวน สวนไม่ต้องใหญ่มาก เอาแค่เล็กๆ หรือสามารถนำส่วนหนึ่งมุมเล็กๆ ของสวนหย่อมใหญ่ๆ นำมาเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ในการจัดสวนหน้าบ้านก็ได้ เลือกเอามุมที่ชอบที่สุด

สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ชั้นวางของ
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ชั้นวางของ
เลือกเอามุมชั้นวางของ นำไม้เก่า หรือชั้นวางของเก่าๆ มาจัดเป็นสวนหย่อมหน้าบ้านวางบริเวณทางเข้าบ้าน หาซื้อกระถางใบเล็กๆ ซื้อไม้ดอกมาปลูกลงกระถาง แล้วก็จัดตามรูป


สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ สะพานข้าม
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ สะพานข้าม

สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ทางเดิน
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ทางเดิน
แนวคิดจัดสวน นำเอามุมใดก็ได้ที่ชอบ เช่นในรูปด้านบน นำเอาเฉพาะมุมซ้ายของรูปที่มีเก้าอี้ ปูพื้นหญ้า หาไม้พุ่มเตี้ย เช่น ต้นข่อย จัดพุ่มให้เป็นทรงกลม ก็จะได้สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ

สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ทางเดินเต็มไปด้วยไม้ดอก
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ทางเดินเต็มไปด้วยไม้ดอก

สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ หน้าบ้าน
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ หน้าบ้าน

สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ล้อยางหลากสี
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ล้อยางหลากสี

สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ สวนหิน
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ สวนหิน

สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ โอ่งหิน
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ โอ่ง,หิน

สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ร่มแต่งสวน
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ร่มแต่งสวน

สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ โองดิน
สวนหย่อมหน้าบ้านสวยๆ ด้วยโอ่งดิน



Advertisment



รูปแบบการจัดสวนหย่อมหน้าบ้าน ขึ้นอยู่กับพื้นที่หน้าบ้านว่า มากน้อย มีน้อยก็สามารถจัดได้สวยงามได้ โดยเลือกส่วนที่ชอบที่สุด ไปดูตามร้านขายต้นไม้จะมีร้านที่แต่งสวนพอจะเป็นแนวทางได้

ที่มารูปจาก Pinterest
เรียบเรียง: Aerk Guide

0
Previous PostOlder Posts Home