Showing posts with label health. Show all posts
Showing posts with label health. Show all posts

Saturday, September 23, 2017

ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวอ่อน ต้องหามาดื่ม ดีต่อสุขภาพแน่นอน

ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวอ่อน ต้องหามาดื่ม

น้ำมะพร้าวอ่อนมีประโยชน์มาก ดับกระหาย คลายร้อน ดื่มแล้วชื่นใจ รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นที่นิยมดื่มน้ำมะพร้าวกันทั่วโลก และนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น้ำมะพร้าวอ่อนถือได้ว่าเป็นนำบริสุทธิ์ที่กลั่นได้จากธรรมชาติแท้ๆ สามารถหาทานได้บ้านเรา และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มะพร้าว
มะพร้าว (Source)

สารอาหารในน้ำมะพร้าวอ่อนมีอะไรบ้าง เมื่อมะพร้าวอ่อนได้ 5 เดือน



Advertisment

มีค่าแคลอรี่ 17.4 ต่อน้ำมะพร้าว 100 กรัม น้ำมะพร้าวประกอบด้วยน้ำประมาณร้อยละ 94, วิตะมิน บี ต่างๆ เช่น กรดนิโคตินิค (บี 3) (0.64 ไมโครกรัม (มคก) ต่อ มิลลิลิตร (มล)), กรดแพนโททินิค (บี 5) (0.52 มคก/มล), ไบโอติน (0.02 มคก/มล), ไรโบฟลาวิน (บี 2) (ต่ำกว่า 0.01 มคก/มล), กรดโฟลิค (0.003 มคก/มล), และไทอะมิน (บี 1) และ ไพริด็อกซิน (บี 6) ในปริมาณน้อย สารประกอบอื่นๆได้แก่ น้ำตาลชนิดต่างๆ, อัลกอฮอล์ของน้ำตาล, วิตะมินซี, กรดอะมิโนอิสระ, ฮอร์โมนพืช (อ็อกซิน (auxin), 1,3 ไดเฟนิลยูเรีย (1,3 diphenylurea), ไซโตไคนิน (cytokinin)), เอนไซม์ (แอสิดฟอสฟาเตส (acid phosphatase), แคตาเลส (catalase), ดีไฮโดรจีเนส (dehydrogenase), ไดแอสเตส (diastase), เปอร็อกซิเดส (peroxidase), อาร์ เอ็น เอ โพลิเมอเรส (RNA polymerase)), และสารประกอบที่เร่งการเจริญเติบโต (growth promoting factors)

 น้ำมะพร้าวอ่อนใช้เป็นเครื่องดื่มให้เกลือแร่ทดแทนได้หรือไม่? 


น้ำมะพร้าวอ่อน ประกอบด้วยเกลือแร่ซึ่งเป็นไอออนอนินทรีย์ในปริมาณสูง เช่น โปแตสเซียม (290 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์), โซเดียม (42 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์), แคลเซียม (44 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์), แมกนีเซียม (10 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์), และฟอสฟอรัส (9.2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) เป็นต้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าน่าจะเป็นเครื่องดื่มที่ให้เกลือแร่ทดแทนได้ดี นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าน้ำมะพร้าวอ่อน (ซึ่งมีปริมาณโปแตสเซียมสูง) มีผลลดความดันโลหิตในการศึกษาในคนด้วย

น้ำมะพร้าวอ่อนป้องกันโรคหัวใจได้จริงหรือ? 


น้ำมะพร้าวอ่อนมีเกลือแร่ต่างๆในปริมาณสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปแตสเซียม จากการศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่าน้ำมันมะพร้าวอ่อนมีผลป้องกันโรคหัวใจ (cardioprotective) ในการทดลองในหนู (rats) ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย (myocardial infarction) ทั้งนี้คาดว่าน่าจะมีผลเนื่องมาจากเกลือแร่ต่างๆเหล่านี้โดยเฉพาะโปแตสเซียม นอกจากนี้น้ำมะพร้าวอ่อนยังประกอบด้วยโฟเลต หรือที่เรียกว่า วิตะมิน บี 9 หากมีระดับวิตะมิน บี 6 และโฟเลตในเลือดต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหลอดเลือดตีบและโรคหลอดเลือดอื่นๆได้ สำหรับวิตะมิน ซี ในน้ำมะพร้าวอ่อน ก็จะแสดงฤทธิ์เป็นสารต้านออกซิเดชันอีกด้วย ต้องรอการศึกษาในคนในระยะต่อไป

น้ำมะพร้าวอ่อนชะลอความแก่ได้จริงหรือไม่? 


น้ำมะพร้าวอ่อน มีกลุ่มฮอร์โมนพืชซึ่งเรียกว่า ไซโตไคนิน (cytokinin) ในกลุ่มฮอร์โมนนี้มีฮอร์โมนที่ได้รับการค้นพบเป็นตัวแรก คือ ไคเนติน (kinetin) จากการศึกษาพบว่า ไคเนติน มีฤทธิ์ชะลอความแก่ (anti-ageing effects) ที่แรงเมื่อทดสอบกับเซลล์ผิวหนังของคน และในแมลงหวี่ สารไคเนตินสามารถชะลอกระบวนการที่ทำให้แก่ (ageing process) และยืดอายุขัยของแมลงหวี่ได้ ทั้งนี้เนื่องมาจากการลดอัตราการตายตามอายุ (age-specific death) ลงตลอดช่วงอายุขัยของแมลงโตเต็มวัย ที่สำคัญ คือ ฤทธิ์ชะลอความแก่ของไคเนติน ไม่ได้ทำให้อายุขัยของเซลล์ยาวนานขึ้นโดยการทำให้เซลล์เพิ่มความสามารถในการแบ่งตัวได้สูงสุด ซึ่งจะต่างจากสารชะลอความแก่อื่นๆที่มีผลเพิ่มความสามารถในการแบ่งตัวดังกล่าวและจะส่งเสริมการเกิดเป็นมะเร็งได้ จากการที่พบว่าไคเนตินไปชะลอการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของคน (ซึ่งเป็นเซลที่สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน) ในจานเลี้ยงเซลล์ และการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีที่เกี่ยวข้องกับความแก่ของผิวหนังในระดับเซลล์นี้เอง ทำให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางซึ่งมีไคเนตินเป็นส่วนประกอบ เพื่อใช้ทาผิวหนังที่ถูกทำลายด้วยแสงแดด นอกจากนี้น้ำมะพร้าวอ่อนยังมีสารประกอบ ทรานส์-ซีติน (trans-zeatin) ซึ่งเป็นสารประกอบในกลุ่มไซโตไคนินเช่นกัน สารนี้ก็แสดงฤทธิ์ชะลอความแก่ในเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของคนด้วยเช่นกัน ยังคงต้องติดตามการศึกษาในคนต่อไป

น้ำมะพร้าวอ่อนช่วยชะลอการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์ และชะลอการเกิดความจำเสื่อมหรือไม่? 


น้ำมะพร้าวอ่อนประกอบด้วยสารประกอบ ทรานส์-ซีติน ในปริมาณประมาณ 181.93 นาโนโมลาร์ ในรูปแบบต่างๆ สารประกอบนี้อยู่ในกลุ่มของฮอร์โมนพืช คือ กลุ่มไซโตไคนิน (cytokinin) มีรายงานว่าสารประกอบ ทรานส์-ซีติน แสดงคุณสมบัติยังยั้งเอนไซม์อะเซติลโคลีนเอสเตอเรส (acetylcholinesterase) (ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์) และสามารถใช้ในโรคอัลไซเมอร์ หรือความผิดปกติที่เกี่ยวกับระบบประสาท เช่น ความจำเสื่อม (dementia) นอกจากนี้การศึกษาอีกฉบับยังพบว่า ทรานส์-ซีติน สามารถป้องกันการสร้างโปรตีนอะมัยลอยด์-เบต้า (amyloid-β protein) (ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์เร็วขึ้น) เมื่อทำการศึกษาในหลอดทดลอง โดยใช้สาร ทรานส์-ซีติน ทดสอบกับเซลไฟโบรบลาสต์ของคน พบว่าสารนี้แสดงฤทธิ์ชะลอความแก่ ในอนาคตยังคงจะต้องติดตามการศึกษาในคนเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ผลการยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส และป้องกันการสร้างโปรตีนอะมัยลอยด์-เบต้า เช่นเดียวกัน

น้ำมะพร้าวอ่อนมีผลลดระดับไขมันได้จริงหรือไม่? 


การศึกษาในหนูขาว (albino rats) เพศผู้ โดยให้น้ำมะพร้าวอ่อน หรือน้ำมะพร้าวแก่ ในขนาด 4 มล/100 กรัม น้ำหนักตัว พบว่า การให้น้ำมะพร้าวสามารถยับยั้งการเพิ่มขึ้นของระดับคอเลสเตอรอลในเลือด, คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี คือ ชนิด วี แอล ดี แอล (VLDL cholesterol) และ แอล ดี แอล (LDL cholesterol) และไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglyceride) และมีผลเพิ่มระดับ คอเลสเตอรอลชนิดดี คือ ชนิด เอช ดี แอล (HDL cholesterol) ด้วย นอกจากนี้ ระดับไขมันในเนื้อเยื่อของตับ หัวใจ ไต และหลอดเลือดแดงใหญ่ (aorta) ก็ลดลงด้วยเช่นกัน พบว่าน้ำมะพร้าวมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มระดับไขมัน และมีผลส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการลดระดับไขมัน น้ำมะพร้าวมีผลเร่งการเปลี่ยนคอเลสเตอรอลไปเป็นกรดน้ำดี และเพิ่มการขับถ่ายน้ำดีและนิวทรัลเสตียรอล สำหรับในตับและในหลอดเลือดแดงใหญ่ มีการสะสมของไขมันในเนื้อเยื่อลดลงมาก พบว่าระดับของกรดอะมิโน แอล-อาร์จินีน (L-arginine) ในเลือด, ระดับไนไตรต์ในปัสสาวะ และการทำงานของเอนไซม์ไนตริคออกไซด์ซินเตส (nitric oxide synthase) สูงขึ้น ซึ่งเอนไซม์นี้มีหน้าที่เปลี่ยน แอล อาร์จินีน ให้เป็นไนตริคออกไซด์ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของผนังหลอดเลือดให้อยู่ในสภาวะที่ดี การศึกษาโดยนักวิจัยกลุ่มเดียวกันในระยะต่อมาในหนูเพศผู้ พบว่าน้ำมะพร้าวมีผลลดคอเลสเตอรอลคล้ายคลึงกับยาโลวาสแตติน (lovastatin) ในขนาด 0.1 กรัม/100 กรัมของอาหาร ระยะเวลา 45 วัน

ส่วนการศึกษาในหนู (rats) เพศเมียที่ตัดรังไข่ออก (ซึ่งอาจเปรียบได้กับหญิงวัยหมดประจำเดือน) พบว่า น้ำมะพร้าวอ่อนในขนาด 100 มล/กก น้ำหนักตัว นาน 4 สัปดาห์ มีผลเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิด เอช ดี แอล ในเลือด แต่ไม่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของระดับ คอเลสเตอรอลทั้งหมด, คอเลสเตอรอลชนิด แอล ดี แอล, หรือ ไตรกลีเซอร์ไรด์

คาดว่าสารประกอบที่แสดงฤทธิ์ลดไขมันในเลือดน่าจะมาจากสารประกอบหลายกลุ่มด้วยกัน คือ กรดอะมิโนอิสระแอล-อาร์จินีน, วิตะมิน ซี, และเกลือแร่ เช่น แคลเซียม, แมกนีเซียม, และโปแตสเซียม ทั้งนี้คาดว่า แอล-อาร์จินีน จะแสดงบทบาทหลัก เนื่องจากน้ำมะพร้าว 2 ชนิด คือ น้ำมะพร้าวอ่อน (อายุ 6 เดือน) และน้ำมะพร้าวแก่ (อายุ 10 เดือน) มีปริมาณ แอล-อาร์จินีน เท่ากับ 30 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นตามลำดับ (ซึ่งอาจตีความได้ว่าน้ำมะพร้าวแก่น่าจะมีผลลดระดับไขมันในเลือดได้ดีกว่าน้ำมะพร้าอ่อน) โดยเคยมีรายงานว่า แอล-อาร์จินีน แสดงฤทธิ์ลดระดับไขมันและยับยั้งการตีบของหลอดเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญจากการที่ทำให้มีการผลิตไนตริคออกไซด์เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ผลการลดระดับไขมันก็อาจจะมีผลมาจากกลุ่มไฟโตเสตียรอล เช่น ซิโตเสตียรอล (sitosterol), สติ๊กมาเสตียรอล (stigmasterol), แค็มเปเสตียรอล (campesterol), เบต้า-ซิโตเสตียรอล (β-sitosterol)

โดยสรุป คือ จากการศึกษาในสัตว์ทดลอง น้ำมะพร้าวมีผลเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี คือ ชนิด เอช ดี แอล ทั้งในหนูขาวเพศผู้และหนูขาวเพศเมียที่ตัดรังไข่ออก แต่ผลลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีอื่นๆ และไตรกลีเซอร์ไรด์ พบเฉพาะในเพศผู้เท่านั้น ดังนั้น ควรจะต้องติดตามการศึกษาในคนต่อไปว่าจะได้ผลเป็นอย่างไร

น้ำมะพร้าวอ่อนช่วยให้ผิวหนังมีคุณภาพดีขึ้นจริงหรือ? 


น้ำมะพร้าวอ่อนประกอบด้วยสารประกอบในกลุ่มฮอร์โมนพืชหลายชนิด (ดูในหัวข้อการชะลอความแก่) จากการศึกษาของกลุ่มนักวิจัยไทย พบว่า น้ำมะพร้าวอ่อนในขนาด 100 มล/กก/วัน มีผลเร่งการสมานแผลในหนูที่ตัดรังไข่ออก (ซึ่งอาจเปรียบได้กับหญิงวัยหมดประจำเดือน) นอกจากนี้การศึกษาในระยะต่อมาโดยนักวิจัยกลุ่มเดียวกัน พบว่า น้ำมะพร้าวอ่อนมีผลเพิ่มขนาดของเซลผิวหนังในชั้นหนังกำพร้า (epidermis) อย่างไรก็ดี นักวิจัยไทยให้ความเห็นว่าน้ำมะพร้าวอ่อนในขนาดสูง 100 มล/กก นาน 5 สัปดาห์ มีผลทำให้มีการสะสมของไกลโคเจนในเซลล์ตับในการศึกษาในสัตว์ทดลอง นักวิจัยให้ความเห็นว่าดังนั้นหากหญิงวัยหมดประจำเดือนดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนเป็นระยะเวลานาน ก็อาจจะมีผลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับได้ การศึกษาเมื่อเร็วๆนี้โดยนักวิจัยกลุ่มเดียวกัน ในหนูที่ตัดรังไข่ออก เป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ จึงมีการศึกษาในความเข้มข้นที่ลดลง เมื่อส่องกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนดูชั้นของผิวหนัง เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับน้ำมะพร้าวอ่อน และกลุ่มที่มีการฉีดฮอร์โมนเพศหญิง (เอสตราไดออล เบนโซเอท 2.5 มคก/กก น้ำหนักตัว) พบว่าน้ำมะพร้าวอ่อนที่ความเข้มข้น 10, 20 และ 40 มล/กก/วัน สามารถเพิ่มความหนาของชั้นหนังกำพร้า (epidermis) และชั้นหนังแท้ (dermis) เพิ่มจำนวนของขน และสามารถป้องกันการฝ่อของเส้นใยคอลลาเจนได้ โดยพบว่าปริมาณของน้ำมะพร้าวอ่อนที่ 40 มล/กก ให้ประสิทธิผลที่ดีที่สุดในการคงสภาพของผิวหนังในหนูที่ตัดรังไข่ออก คงจะต้องติดตามการศึกษาในคนต่อไป เพื่อที่จะได้ทราบว่าจะได้ผลเช่นเดียวกันหรือไม่ และขนาดของน้ำมะพร้าวที่เหมาะสมสำหรับหญิงวัยหมดประจำเดือนในการคงสภาพของผิวหนังที่ดี ควรจะเป็นปริมาณเท่าใด

น้ำมะพร้าวอ่อนเพิ่มมวลกระดูกได้จริงหรือไม่? 


ในชายสูงอายุ ฮอร์โมนแอนโดรเจนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการสูญเสียกระดูกและภาวะกระดูกพรุน นอกจากนี้มวลกระดูกยังเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเอสโตรเจนมากกว่าฮอร์โมนเทสทอสเสตอโรน จึงมีคำแนะนำการให้เอสโตรเจนเสริมเพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกทั้งในชายและหญิง แต่การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเสริมในรูปของยามีความเสี่ยงในการเกิดต่อมลูกหมากโต และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ จากการศึกษาในหนู (Wistar rats) เพศผู้ โดยนักวิจัยไทย พบว่าการให้น้ำมะพร้าวอ่อนในขนาด 100 มล/กก น้ำหนักตัว นาน 14 วัน มีผลเพิ่มความหนาของกระดูกอ่อนขากรรไกรล่าง (mandibular condylar cartilage) ในกลุ่มหนูที่ไม่ได้ตัดอัณฑะออก การศึกษาโดยนักวิจัยกลุ่มเดียวกันในระยะต่อมาในลักษณะเดียวกัน พบว่าการให้น้ำมะพร้าวอ่อนในขนาด 100 มล/กก นาน 14 วัน มีผลเพิ่มความหนาของกระดูกฟองน้ำของขากรรไกรล่าง (mandibular cancellous bone) ในกลุ่มหนูที่ไม่ได้ตัดอัณฑะออก และ กลุ่มหนูที่ตัดอัณฑะออก คงต้องติดตามการศึกษาในคนต่อไป คาดว่าน้ำมะพร้าวอ่อนน่าจะมีประโยชน์ในการชะลอภาวะกระดูกพรุนในชายวัยหมดฮอร์โมน

ในสัตว์ทดลองเพศเมีย เมื่อให้น้ำมะพร้าวอ่อน ในขนาด 10 มล/กก น้ำหนักตัว ในหนูที่ตัดรังไข่ออก ระยะเวลานาน 6 สัปดาห์ พบว่าความหนาแน่นของมวลกระดูกของกระดูกต้นขาซ้าย มีค่าสูงกว่ากลุ่มอื่น และอัตราการสร้างกระดูกก็สูงกว่ากลุ่มอื่นด้วย แสดงว่าการให้น้ำมะพร้าวอ่อนเสริม มีผลดีต่อกระดูกและอาจเป็นประโยชน์ในการชะลอการสูญเสียกระดูกในหญิงวัยหมดประจำเดือนเช่นกัน

การดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนนานๆแล้วจะมีผลเสียต่อตับและไตหรือไม่? 



Advertisment
เนื่องจากน้ำมะพร้าวอ่อนประกอบด้วยน้ำตาลในปริมาณสูง คือ กลูโคสร้อยละ 45 และฟรุคโตสร้อยละ 44 หากมีการรับประทานน้ำตาลมากเกินไป น้ำตาลจะถูกเปลี่ยนและสะสมในรูปของไกลโคเจนในตับ อย่างไรก็ดี จากการศึกษาในสัตว์ทดลองโดยกลุ่มนักวิจัยไทย พบว่า การศึกษาบางฉบับมีรายงานถึงไกลโคเจนสะสมในเซลล์ตับของหนูเพศเมียที่ตัดรังไข่และได้รับน้ำมะพร้าวในขนาด 100 มล/กก แต่จำนวนของเซลล์ตับที่มีการสะสมของไกลโคเจนก็ไม่ได้แตกต่างกับในกลุ่มอื่นๆ สำหรับการศึกษาอื่นๆในหนูที่ตัดรังไข่ออกในระยะต่อมา (14 วัน) พบว่าจากการส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ น้ำมะพร้าวอ่อน (100 มล/กก/วัน)ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของเนื้อเยื่อของตับและไต ส่วนจำนวนเซลล์ตับที่มีไกลโคเจนสะสมไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มอื่นที่ระยะเดียวกัน สำหรับค่าทางชีวเคมีของเลือด พบว่า กลุ่มหนูที่ตัดรังไข่ออกและได้รับน้ำมะพร้าวอ่อน มีค่าที่บ่งชี้ถึงการทำงานของตับและไตของกลุ่มหนูที่ตัดรังไข่ออกและได้รับน้ำมะพร้าว ไม่แตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ ในการศึกษาอีกฉบับ ในหนูขาวเพศผู้ น้ำมะพร้าวมีผลทำให้มีการสะสมของไขมันที่ตับลดน้อยลงนอกจากนี้การทำงานของเอนไซม์ตับก็ลดลงด้วย โดยสรุป คือ ยิ่งให้น้ำมะพร้าวอ่อนนานเพิ่มขึ้นเพียงใด จะยิ่งมีการสะสมของไกลโคเจนที่เซลล์ตับต่ำลงเท่านั้น ยังคงต้องติดตามผลการศึกษาในคนต่อไปว่าการดื่มน้ำมะพร้าวในระยะยาวจะมีผลต่อการทำงานของตับและไตหรือไม่

น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่มีมาช้านานแล้ว การศึกษาในสัตว์ทดลองและในหลอดทดลองแสดงให้เห็นว่าน้ำมะพร้าวน่าจะมีแนวโน้มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างไรก็ดี การศึกษาในคนยังมีอยู่น้อยมาก คาดหวังว่าในระยะต่อไปน่าจะมีการศึกษาในคนมากขึ้นเพื่อยืนยันผลการศึกษาในสัตว์ทดลอง และกำหนดขนาดที่เหมาะสมของการดื่มน้ำมะพร้าวในแต่ละวันด้วย

เอกสารอ้างอิง

Bueraheng N, Suwaluck S, Radenahmad N. Effects of young coconut juice on increasing skin thickness, collagen size and number of hair follicle in ovariectomized rats. The National and International Graduate Research Conference 2016: 742-50.
DebMandal M, Mandal S. Coconut (Cocos nucifera L.: Areaceae): In health promotion and disease prevention. Asian Pacific J Trop Med 2011: 241-7.
Effiong GS, Ebong PE, Eyong EU, Uwah AJ, Ekong UE. Amelioration of chloramphenicol induced toxicity in rats by coconut water. J Appl Sc Res 2010; 6(4): 331-5.
Lima EB, Sousa CN. Cocos nucifera (L.) (Areaceae): A phytochemical and pharmacological review. Braz J Med Biol Res 2015; 48(11): 953-64.
Loki AL, Rajamohan T. Hepatoprotective and antioxidant effect of tender coconut water on CCl4, induced liver injury in rats. Indian J Biochem Biophy 2003; 40: 354-7.
McCullough JL, Weinstein GD. Clinical study of safety and efficacy of using topical kinetin 0.1% (Kinerase R) to treat photodamaged skin. Cosmetic Dermatol 2002; 15: 29-32.
Minorsky PV. The hot and the classic. Kinetin: The elixir of life? Plant Physiol 2003; 132: 1135-6.
Morii Y, Matsushita H, Minami A, Kanazawa H, Suzuki T, Subhadhirasakul S, Watanabe K, Wakatsuki A. Young coconut juice supplementation results in greater bone mass and bone formation indices in overiectomized rats: a preliminary study. Phytother Res 2015; 29: 1950-5.
Radenahmad N, Sawangjaroen K, Mitranun W, Sayoh I. Beneficial effects of young coconut juice feeding on the lipid, renal and liver profiles, in ovariectomized rats: Preliminary novel findings. Songklanakarin J Sci Technol 2016; 38(1): 57-65.
Radenahmad N, Vongvatcharanon U, Withyachumnarnkul B, Connor JR. Serum levels of 17β-estradiol in ovariectomized rats fed young-coconut-juice and its effect on wound healing. Songklanakarin J Sci Technol 2006; 28(5): 897-910.
Rattan SIS. Method and composition for ameliorating the adverse effects of aging. US Pat. 5371089, 1994.
Rattan SIS, Clark BFC. Kinetin delays the onset of ageing characteristics in human fibroblasts. Biochem Biophys Res Commun 1994; 201: 665-72.
Sandhya N, Rajamohan T. Beneficial effects of coconut water feeding on lipid metabolism inn cholesterol-fed rats. J Medicinal Food 2006; 9(3): 400-7.
Sandhya VG, Rajamohan T. Comparative evaluation of the hypolipidemic effects of coconut water and lovastatin in rats fed fat-cholesterol enriched diet. Food Chem Toxicol 2008; 46(12): 3586-92.
Sharma SP, Kaur P, Rattan SIS. Plant growth hormone kinetin delays aging, prolongs the life span and slows down development of the fruitfly Zapronius paravittiger. Biochem Biophys Res Commun 1995; 216: 1067-71.
Sharma SP, Kaur J, Rattan SIS. Increased longevity of kinetin-fed Zapronius fruitflies is accompanied by their reduced fecundity and enhanced catalase activity. Biochem Mol Biol Int 1997; 41: 869-75.
Suwanpal P, Radenahmad N, Yusuh M, Eksontramate M, Ruangsri P, Chantanasuksilpa A. Effects of young-coconut juice on increasing mandibular cancellous bone in orchidectomized rats: Preliminary novel findings. Songklanakarin J Sci Technol 2011; 33(6): 617-23.
Yong WJWH, Ce L, Ng YF, Tan SN. The chemical composition and biological properties of coconut (Cocos nucifera L.) Molecules 2009: 14: 5144-64.
Yusuh M, Phochanukoon N, Radenahmad N, Eksomtramate M, Ruangsri P, Chatanasuksilpa A, Nitiruangjaras A. Changes of condyle cartilage on orchidectomized rats fed with young coconut juice: Novel preliminary finding. Songklanakarin J Sci Technol 2010; 32(4): 33-9.

Source: http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/น้ำมะพร้าวอ่อน/ 

Tuesday, September 19, 2017

ทำครีมสมุนไพรนวดหน้าขัดหน้าด้วยเอง สร้างเซลล์ผิวใหม่

ทำสมุนไพรนวดหน้าขัดหน้าด้วยเอง สร้างเซลล์ผิวใหม่

กำลังหาครีมสมุนไพรนวดหน้าอยู่ก็หันไปเจอตำราว่าน ซึ่งตำราได้บอกว่ามีสมุนไพรว่านชนิดใดที่สามารถนวดหน้าขัดหน้าได้บ้าง คัดเอาเฉพาะสมุนไพรที่หาซื้อได้ง่ายหรือไม่บ้านใครที่ปลูกไว้ก็ไม่ต้องไปซื้อ ขุดมาทำครีมนวดหน้าได้เลย

ชนิดสมุนไพรที่นำมาใช้

ขมิ้น
Source
ขมิ้น
รสยา: ฝาด หวาน เอียน
ส่วนที่ใช้: หัว (ลำต้นใต้ดิน)
สรรพคุณ: มีสาร curcumin และ volatil oil ช่วยต้านแบคทีเรีย และ ต้านเชื้อรา ใช้ทำยาแก้ผดผื่นคัน สีเหลืองใช้บำรุงผิว เหง้าของขมิ้นชันมีรสฝาด กลิ่นหอม สามารถเก็บมาใช้เมื่อมีช่วงอายุ 9-10 เดือน มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดการอักเสบ และ มีฤทธิ์ในการขับน้ำดี น้ำมันหอมระเหย ในขมิ้นชันมีสรรพคุณบรรเทา อาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุดเสียด แก้โรคผิวหนัง ขับลม แก้ผื่นคัน แก้ท้องร่วง อาจช่วยรักษาโรค รูมาตอยด์ได้ ยังไม่ยืนยันแน่ชัด ในตำรายาจีนเรียกเจียวหวง (ภาษาจีนกลาง) หรือ เกียอึ้ง (ภาษาจีนแต้จิ๋ว) ใช้เป็นยา แก้ปวดเมื่อย แก้ปวดประจำเดือน ( Source )

ว่านนางคำ

ว่านนางคำ
Source
รสยา: ร้อน
ส่วนที่ใช้: หัว(ลำต้นใต้ดิน)
สรรพคุณ: มีสารแลคโตน ใช้แก้อาการอักเสบ สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดหนอง ลดอาการแพ้ แก้ผื่นคัน ได้รับการทดสอบฤทธิ์ยาเตตร้าชัยคลิน (Tetracycline) ซึ่งเป็นยาปฎิชีวนะ ที่ใช้ยับยั้งเชื่อแบคทีเรียมาแล้วว่ามีผลเท่าเทียมกัน ว่านนางคำใช้ผลิตแป้ง สีย้อม เครื่องสำอางและยา ดอกมีกลิ่นหอม เหง้าสดและหัวมีกลิ่นหอม ใช้รักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ใช้เป็นไม้ประดับ มีน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด มีสารกลุ่ม curcuminoids ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นยาสมุนไพร เพื่อลดกรด ขับลม ตำรายาจีนใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ นอกจากนั้น ยังมีผู้ใช้ว่านนางคำในรูปผงแห้งเป็นยาบำรุงผิวเพื่อเสริมความงาม

ไพล

ไพล
Source
รสยา: ร้อน
ส่วนที่ใช้: หัว (ลำต้นใต้ดิน)
สรรพคุณ: ฝนทาหรือพอกแก้ผื่นคัน แก้ฟกช้ำ ปวดบวม มีน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) และสารที่ทำให้เกิดสี คือ Curcumin บรรเทาอาการอักเสบ บวม ฟกช้ำ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ขยายหลอดเลือด เร่งการผลัดเซลล์ผิว มีเอนไซม์ Eresin ช่วยย่อยโปรตีน ช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้านให้หลุดออกไป ได้ผิวใหม่ มีกรดอะมิโนสูง เหง้าไพลมีน้ำมันหอมระเหย ร้อยละ 0.8 และมีสารที่ให้สี ซึ่งจากการทดลองพบว่ามีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ

ส่วนผสมสมุนไพรนวดหน้า


  • ขมิ้น 5 กรัม     ---> บำรุงผิว ลดอาการระคายเคือง
  • ว่านนางคำ 5 กรัม  ---> บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง
  • พญายา 15 กรัม  ---> ทำให้ผิวขาว
  • ไพล  5 กรัม  ---> กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
  • ข้าวกล้อง 10 กรัม  ---> วิตามินอี บำรุงผิว ลดรอยเหี่ยวย่น
  • ใบบัวบก  10 กรัม  ---> ลดอาการระคายเคือง ลดรอยเหี่ยวย่น
  • น้ำผึ้ง  1 ช้อนชา  ---> บำรุงผิว
  • น้ำมันงา 1 ช้อนชา  ---> วิตามินอี ช่วยนำสารซึมลงผิวหนังได้ดี
  • น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนชา  ---> วิตามินอีสูง ลดรอยเหี่ยวย่น รอยด่างดำ
  • นมสด 1 ช้อนชา  ---> มีเกลือแร่ วิตามินหลายชนิด ทำให้ผิวนุ่ม

ขั้นตอนการทำ

นำส่วนผสมที่เป็นสมุนไพรทั้งหมดมาคลุกเคล้า ให้เป็นเนื้อเดียวกัน ค่อยๆ หยอดน้ำมัน น้ำผึ้ง นมสด ที่ผสมกันดีแล้ว กวนให้เข้ากันจนเป็นลักษณะครีมละเอียด แล้วนำไปนวดหน้าได้

หมายเหตุ สมุนไพรข้อ 1-6 ควรเป็นชนิดแห้ง แบบผง เพื่อสะดวกต่อการผสม หรือใช้แบบสดก็ได้

วิธีการนวดหน้า


Advertisment

ใช้ครีมนวดสมุนไพรนวดหน้าประมาณ 5 - 10 นาที ถ้ามีสิว ก็ให้กดสิวออกก่อนประคบหน้า นวกหน้าด้วยครีมสมุนไพรนวดหน้า สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง โดยลงน้ำหนักเบาๆ

ข้อควรระวัง

สำหรับผิวที่แพ้ง่าย หรือมีบาดแผล มีสิวอักเสบ ผิวไหม้แดด ผิวมันมาก ผิวที่มีเส้นเลือดฝอยแตกกระจายมาก มีไข้สูง ในกรณีดังกล่าวทั้งหมด ไม่ควรนวดหน้า

Source: สถาบันเวชศาสตร์ ความงามแพทย์แผนไทย

Friday, March 11, 2016

รวมเด็ดพืชผักสมุนไพรไทย สรรพคุณทางยา

รวมเด็ดพืชผักสมุนไพรไทย สรรพคุณทางยา

พืชผักของไทยเราที่กินกันทุกวัน เรารู้หรือไม่ว่ามีสรรพคุณทางยาอย่างไรบ้าง ผักที่เราไม่ชอบ ก็อาจจะเปลี่ยนใจกลับมากินผัก ยิ่งอายุมาก สุขภาพไม่ดียิ่งต้องดูแลเรื่องการกิน มาดูแลสุขภาพด้วยการกินพืชผักสมุนไพรไทยกันเถอะ


   สะเดา(Neem tree)   มีเบต้าแคโรทีนสูง บำรุงสายตาเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้นอนหลับ
สะเดา(Neem tree)
สะเดา(Neem tree)


Advertisment


ผักกาดขาว(Chinese white cabbage)   ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ มีโฟเลทสูง บำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์
ผักกาดขาว
ผักกาดขาว

  ต้นหอม(Shallot)  มีน้ำมันหอมระเหย บรรเทาอาการหวัด มีสารฟลาโวนอยด์ต้านมะเร็ง
ต้นหอม(Shallot)
ต้นหอม(Shallot)

  แครอท(Carrot)   เบต้าแคโรทีนป้องกันโรคมะเร็ง มีแคลเซียม แพคเตท ลดระดับคลอเลสเตอรอลได้
แครอท(Carrot)
แครอท(Carrot)

  หอมหัวใหญ่(Onion) มีสาร ฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการของโรคหัวใจควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

หอมหัวใหญ่(Onion)
หอมหัวใหญ่(Onion)

  คะน้า(Chinese kale)   มีแคลเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันโรคกระดูกพรุนและมะเร็ง

คะน้า(Chinese kale)
คะน้า(Chinese kale)

  พริก(Chili)    มีแคปไซซินกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือดช่วยให้เจริญอาหาร ขับเหงื่อ

พริก(Chili)
พริก(Chili)

  ดอกแค  กินแก้อาการปวดหัวข้างเดียว กินแก้ไข้ช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ดับพิษร้อน มีวิตามินเอ บำรุงสายตาและเป็นยาระบายอ่อนๆ

 ดอกแค
 ดอกแค

 แมงลัก (Hairy  basil)  ช่วยย่อยอาหาร  ป้องกันเลือดออกตามไรฟันขับลม  ขับเหงื่อ

 แมงลัก (Hairy  basil)
 แมงลัก (Hairy  basil) 

 กระชาย (Wild ginger)  บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ  บำรุงธาตุ มีวิตามินเอและแคลเซียม

 กระชาย (Wild ginger)
 กระชาย (Wild ginger) 

 ขิง (Ginger) บรรเทาอาการหวัดเย็น  ลดอาการคัดจมูก รสเผ็ดร้อน แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ

ขิง (Ginger)
ขิง (Ginger)

 ข่า (Galangal)   น้ำมันหอมระเหย  ช่วยระบบย่อยอาหารขับลม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

ข่า (Galangal)
ข่า (Galangal)

ชะอม(Cha-om) ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับลมในลำไส้ มีเส้นใยคอยจับอนุมูลอิสระ

ชะอม(Cha-om)
ชะอม(Cha-om)

กระเจี๊ยบเขียว(Okra)  ลดความดันโลหิต บำรุงสมอง ลดอาการกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ

กระเจี๊ยบเขียว(Okra)
กระเจี๊ยบเขียว(Okra)

กะหล่ำปลี (White cabbage)  มีกลูโคซิโนเลท  เมื่อแตกตัวจะเป็นสารต้านมะเร็งและมีวิตามินซีสูง

กะหล่ำปลี (White cabbage)
กะหล่ำปลี (White cabbage)

ตำลึง(Ivy gourd)  มีวิตามินเอสูง ดีต่อดวงตา เส้นใยจับไนเตรต ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร

ตำลึง(Ivy gourd)
ตำลึง(Ivy gourd)

มะระ(Chinese bitter cucumber)  มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นยาระบายอ่อนๆ น้ำคั้นลดระดับน้ำตาลในเลือด

มะระ(Chinese bitter cucumber)
มะระ(Chinese bitter cucumber)

ผักบุ้ง(Water spinach)  บรรเทาอาการร้อนใน มีวิตามินเอบำรุงสายตา ธาตุเหล็กบำรุงเลือด

ผักบุ้ง(Water spinach)
ผักบุ้ง(Water spinach)

ขึ้นฉ่าย(Celery)  กลิ่นหอม ช่วยเจริญอาหาร มีวิตามินเอ บี และซี บำรุงสมองป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด

ขึ้นฉ่าย(Celery)
ขึ้นฉ่าย(Celery)

เห็ด(Mushroom)  แคลอรี น้อย ไขมันต่ำ มีวิตามินดีสูง ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเสริมกระดูก และฟัน

เห็ด(Mushroom)
เห็ด(Mushroom)


บัวบก(Indian pennywort) มีวิตามินบีสูง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บำรุงสมอง และความจำ บำรุงผิวพรรณ ลดอาการอักเสบ

บัวบก(Indian pennywort)
บัวบก(Indian pennywort)

สะระแหน่(Kitchen mint)  กลิ่นหอมเย็นของใบให้ความสดชื่น ทำให้ความคิดแจ่มใส แก้ปวดหัว

สะระแหน่(Kitchen mint)
สะระแหน่(Kitchen mint)

ชะพลู(Cha-plu)  รสชาติเผ็ดเล็กน้อย แก้จุกเสียด ขับเสมหะ มีแคลเซียมสูง

ชะพลู(Cha-plu)
ชะพลู(Cha-plu)



Advertisment


หัวปลี(Banana flower)  รสฝาด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และบำรุงน้ำนมมีกากใย โปรตีน และวิตามินซีสูง

หัวปลี(Banana flower)
หัวปลี(Banana flower)

ภาพและที่มา http://110.164.68.234/nutrition
เรียบเรียง Aerk Guide